
คุมเข้มสกัดปั่นเก็งกำไรประมูลอสังหาริมทรัพย์
ความเป็นห่วงกับปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางดอกเบี้ยอยู่ในขาลง ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเบ่งบาน คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร ในหัวเมืองใหญ่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด
ความเป็นห่วงกับปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางดอกเบี้ยอยู่ในขาลง ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเบ่งบาน คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร ในหัวเมืองใหญ่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด
ความร้อนแรงของการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ธนาคารพาณิชย์เองก็ต้องปรับตัวและป้องกันความเสี่ยงในการเข้มงวดการให้สินเชื่อลูกค้า รวมทั้งให้ลูกค้าต้องวางเงินดาวน์บ้านเพิ่มขึ้น
แม้แต่บริษัทบริหารสินทรัพย์เองก็เริ่มมีการปรับตัวโดยวางมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงนักล่าหรือเก็งกำไร ประมูลทรัพย์ในราคาสูงแล้วเพื่อนำไปขายต่อ เมื่อขายไม่ได้ก็ยอมที่จะทิ้งเงินประกัน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ
ล่าสุด บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ต้องมีการทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์การประมูลสินทรัพย์ใหม่ โดยเพิ่มวางเงินประกันการประมูลมากขึ้น
ทั้งนี้ สินทรัพย์ที่มูลค่าต่ำกว่า 300 ล้านบาท ผู้ประมูลจะต้องวางเงินประกันการยื่นซอง 20 ล้านบาท สินทรัพย์มูลค่าเกิน 300 ล้านบาท ผู้ประมูลต้องวางเงินประกันการยื่นซอง 30 ล้านบาท พร้อมกับต้องแสดงตัวในวันที่ประมูลทรัพย์ด้วย และหลังจากประมูลทรัพย์ได้ ต้องชำระอีก 30% ของราคาทรัพย์ที่ประมูลได้ ส่วนที่เหลือให้ชำระให้ครบ 100% ภายใน 105 วัน นับจากวันที่ได้รับการอนุมัติ พร้อมการโอนกรรมสิทธิ์ และผู้ประมูลได้ต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอนเอง จากเงื่อนไขเดิมที่กำหนดให้วางเงินประกันการยื่นซองเพียง 5 หมื่นบาท สำหรับการประมูลทรัพย์ราคา 1 ล้านบาท และ 2 ล้านบาท สำหรับการประมูลทรัพย์ 100 ล้านบาท
ศักดิ์ ศรีสนั่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บสก. ให้เหตุผลการปรับเพิ่มวงเงินประกันการยื่นซองว่า เนื่องจากชุดสินทรัพย์รอการขายที่จะออกมาประมูลในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ จำนวน 15 รายการ เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง มูลค่ารวมกันประมาณ 3,000 ล้านบาท
ดังนั้น จึงต้องกำหนดเงื่อนไขการประมูลที่เข้มงวดกว่าการประมูลครั้งที่ผ่านมา และต้องมีมาตรการป้องกันทุกอย่างเอาไว้ให้รอบคอบ ป้องกันนายหน้ามาซื้อสินทรัพย์ไปเพื่อเก็งกำไรด้วย และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายได้ในอนาคต รวมทั้งจะต้องรับทราบตัวตนของผู้ที่เข้ามาประมูล ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
สำหรับผลงาน 5 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้รวม 7,287 ล้านบาท คิดเป็น 53% ของเป้าทั้งปี 1.37 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น เอ็นพีเอ 6,432 ล้านบาท เอ็นพีแอล 7,303 ล้านบาท ปัจจุบัน บสก.มีสินทรัพย์ในพอร์ต 1.2 หมื่นรายการ คิดเป็นมูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรมบังคับคดีก็ได้ออกกฎเข้มการวางเงินมัดจำการประมูลขายทอดตลาด และจากการขอขยายระยะเวลาการชำระเงินส่วนที่เหลือจากการประมูลขายทอดตลาด จะต้องวางเงินมัดจำเพิ่มอีก 10-20% ของราคาสินทรัพย์ที่ประมูลได้ เพื่อป้องกันการทิ้งเงินมัดจำ หรือผู้ที่มาแสวงประโยชน์ ปั่นราคา หรือฮั้วราคาการประมูลการขายทอดตลาด
ขณะเดียวกัน กรมบังคับคดีได้มีการขึ้นบัญชีดำรายชื่อผู้ประมูลการขายทอดตลาดแล้วทิ้งทรัพย์สิน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรการการขายทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ เริ่มมีมาตรการที่สกัดการเก็งกำไรและปั่นราคากันมากขึ้น







