
ทวิงเกิ้ลคาเฟ่สุดเก๋บริการเสริมสวยเพื่อน้องหมา
ธุรกิจคาเฟ่และบริการความสวยงามสำหรับสุนัข “ทวิงเกิ้ล” เกิดจากเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น คือ “โช และโมนา ยามาอูจิ”
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ธุรกิจคาเฟ่และบริการความสวยงามสำหรับสุนัข “ทวิงเกิ้ล” เกิดจากเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น คือ “โช และโมนา ยามาอูจิ” คู่สามีและภรรยาจากประเทศญี่ปุ่น ตัดสินใจใช้ชีวิตหลังเกษียณจากการทำงานมาอยู่ในไทยถาวร พร้อมกับใช้ใจรักในน้องหมา ทำให้เปิดธุรกิจคาเฟ่ บริการเสริมสวย เสริมความงาม และโรงแรมสำหรับสุนัขในชื่อร้าน “ทวิงเกิ้ล” (Twinkle)
โช ยามาอูจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ ลิตเติ้ล วัน ในฐานะผู้ก่อตั้งธุรกิจทวิงเกิ้ล คาเฟ่ สำหรับน้องหมา มองว่าตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยยังมีขนาดเล็ก มีโอกาสขยายตัวอีกมาก เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับธุรกิจที่ให้บริการอย่างครบวงจรยังไม่มี จึงเปิดธุรกิจทวิงเกิ้ล คาเฟ่ขึ้น โดยเปิดสาขาแรกที่คอมมูนิตี มอลล์ ปาร์กเลน เอกมัย ในปี 2553 และสาขา 2 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์
สำหรับบริการของทวิงเกิ้ล คาเฟ่ มีทั้งให้ในปี 2553 มี 5 บริการที่โดดเด่นทั้ง 1.บริการอาบน้ำ แต่งขนสไตล์ญี่ปุ่น บริการโรงแรมและให้สุนัขสามารถวิ่งเล่นในโรงแรมได้โดยไม่มีกรง และมีกล้องให้เจ้าของติดตามพฤติกรรมสุนัขได้ มีคาเฟ่สำหรับเจ้าของและน้องหมา จำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นเพื่อสุนัขและจัดหาคอนโดมิเนียมให้แก่น้องหมา
พนักงานในร้านจะเป็นคนญี่ปุ่นที่บริการตกแต่งและเสริมความงามให้แก่สุนัขโดยช่างมืออาชีพ ที่ผ่านการทำงานมาหลายประเทศ ทำให้น้องหมาทุกคนจะได้รับบริการเสริมหล่อและเสริมสวยให้ดูดีและน่ารักมากขึ้น ราคาค่าบริการจะคิดตามน้ำหนักตัวของสุนัข
นอกจากนี้ ทวิงเกิ้ล คาเฟ่ ยังได้ดีไซเนอร์ ผู้ออกแบบหุ่นยนต์ ไอโบ้ กล้องโซนี่ ไซเบอร์ช็อต มาออกแบบแบรนด์ชุดเสื้อผ้าสำหรับสุนัขในชื่อ “ฟอร์ ลิตเติ้ล วัน” (For Little One) ทั้งเสื้อผ้า ที่นอน กรงใส่สุนัข ปลอกคอ และเครื่องแต่งกายทั้งหมด โดยชุดสุนัขรวมถึงอาหารให้แก่สุนัขแบบครบวงจร โดยดีไซเนอร์เป็นคน รวมถึง “นางโมนา” ที่มีความรู้ด้านการตกแต่งขนสุนัขและการออกแบบเสื้อผ้า นอกจากนี้ สามารถนำชุดไปซักและทำความสะอาดได้ แตกต่างจากแบรนด์อื่น
สาขาแรกที่เปิดให้บริการมีพื้นที่ 100 ตร.ม. ใช้งบลงทุนประมาณ 5 ล้านบาท สามารถสร้างกระแสบอกปากต่อปาก จากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าเป็นคนไทย 50% และคนต่างชาติที่ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นประมาณ 50% หลังจากนั้นได้เปิดสาขา 2 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่ในห้างเซน ชั้น 6 ขนาดพื้นที่ 100 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 3 ล้านบาท
นายโช ยามาอูจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ ลิตเติ้ล วัน ในฐานะผู้ก่อตั้ง ลงทุนและดีไซน์ร้านเอง กล่าวว่า โช กล่าวว่า ได้เตรียมขยายธุรกิจเพิ่มเติมในส่วนของโรงพยาบาล สวนสาธารณะ โรงแรม โดยใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ย่านสุขุมวิท โดยในส่วนของโรงพยาบาลได้จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริษัทเอกชน
“เราอยากให้มีบริการที่ดีและให้การรักษาสุนัขแบบครบวงจรที่สุด และอยากให้เห็นความสำคัญกับการรักษาพยาบาลสุนัขมากขึ้น เพราะในประเทศญี่ปุ่นจะมีการให้ใบอนุญาตหมอที่รักษาสุนัขโดยเฉพาะ”
สำหรับแนวคิดในการสร้างทวิงเกิ้ล คาเฟ่ แห่งใหม่นี้ ต้องการใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและสังสรรค์ร่วมกันระหว่างเจ้าของและสุนัข รวมถึงจะมีบริการเบียร์การ์เด้นให้น้องหมาและเจ้าของด้วย เพราะในประเทศญี่ปุ่นจะมีการเปิดให้บริการเบียร์การ์เด้นสำหรับสุนัข โดยที่ไม่มีผลกระทบต่อร่างกายของสุนัข
เป้าหมายการเปิดสาขาใหม่ของ ทวิงเกิ้ล นั้นยังไม่มีแผนเปิดสาขาใหม่ โดยจะมุ่งขยายบริการเสริมและการบริการใน 2 สาขาให้ดีที่สุด รวมถึงสาขาใหม่ที่กำลังเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการจัดหาคอนโดมิเนียมให้เจ้าของที่เลี้ยงสุนัข ในชื่อโครงการ “เพ็ท เฟรนด์ลี” (Pet Friendly Project in Bangkok) โดยปัจจุบันได้เป็นพันธมิตรกับคอนโดมิเนียม ดับบลิว เอท ทองหล่อ, ออกัสติน สุขุมวิท 22 และแอชตัน มอร์ฟ 38 เป็นคอนโดมิเนียมเปิดให้สุนัขพักอาศัยร่วมกับเจ้าของ เพื่อให้มีคอนโดมิเนียมสำหรับสุนัขมากขึ้น คาดว่าจะมีคอนโดมิเนียมเข้าร่วม 150 โครงการ ซึ่งในญี่ปุ่นคอนโดมิเนียมประมาณ 95% สามารถเลี้ยงสุนัขได้
ขณะเดียวกัน อยากให้มีศูนย์การค้าที่ให้น้องหมามาเดินเที่ยวเล่นได้ โดยปัจจุบันเป็นพันธมิตรกับคอมมูนิตี มอลล์ เค วิลเลจ, ปาร์กเลน เอกมัย เพราะอยากให้น้องหมาสามารถเที่ยวเล่นร่วมกับเจ้าของ โดยจะขยายการเป็นพันธมิตรกับศูนย์การค้าและคอมมูนิตี มอลล์ เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ในเมืองให้สุนัขมากขึ้น
หากถามถึงแผนการทำธุรกิจในไทยระยะยาวนั้น “โช” กล่าวว่า ต้องการทำธุรกิจและอยู่เมืองไทยถาวร เพราะชอบประเทศไทย อาหารไทย วัฒนธรรมของคนไทย จากประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งซีอีโอ บริษัท เดนท์ซุ เซาท์อีส เอเชีย ที่ดูแล 6 สาขาในอาเซียน รวมไทย ทำให้ผูกพันและชื่นชอบกับประเทศไทยมาก จึงเลือกมาอยู่และทำธุรกิจในไทย
อยากฝากถึงรัฐบาลไทย ให้มีนโยบายออกใบอนุญาตให้ชาวต่างชาติพำนักอยู่ในไทย คล้ายกับใบกรีนการ์ดของต่างประเทศ ให้แก่คนต่างชาติ(หัวใจคนไทย) จะดีมากที่สุด
ถือเป็นอีกหนึ่งเอสเอ็มอีน้องใหม่ที่จะมาเขย่าหัวใจคนเลี้ยงน้องหมา และเอาใจน้องหมาแบบเต็มที่ พร้อมปลุกตลาดคาเฟ่และบริการสำหรับสุนัขแบบครบวงจรในไทยให้คึกคักมากขึ้น ที่สำคัญเมื่อได้มาที่นี่จะรู้สึกว่า ยิ่งรู้จัก ยิ่งชื่นชอบ “ทวิงเกิ้ล”







