
ต่างชาติรุมจีบตั้งมหา’ลัยชงศึกษาฯปรับกฎระเบียบเปิดทาง
สานฝันผลักดันไทยขึ้นแท่น‘ฮับ’.สกอ.ชง “พงศ์เทพ” ปรับกฎระเบียบปูทางมหา’ลัยระดับโลกตั้งในไทย รับฮับการศึกษา
สานฝันผลักดันไทยขึ้นแท่น‘ฮับ’.สกอ.ชง “พงศ์เทพ” ปรับกฎระเบียบปูทางมหา’ลัยระดับโลกตั้งในไทย รับฮับการศึกษา
นางอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีมหาวิทยาลัยชื่อดังจากต่างประเทศสนใจเข้ามาตั้งในไทยมากขึ้น แต่ยังติดขัดบางเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.อุดมศึกษา จึงได้หารือกับ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศึกษาธิการ ให้มีการปรับแก้กฎระเบียบบางตัว รวมทั้งอาจมีนโยบายพิเศษ เช่น การจัดโซนพื้นที่ หรือให้สิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้เกิดโซนการศึกษานานาชาติเหมือนสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม
“ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำและอาจใช้เวลานาน เพราะเป็นนโยบายพิเศษที่รัฐบาลต้องเป็นผู้นำ ซึ่งหากมีโซนสำหรับการศึกษานานาชาติโดยเฉพาะ ก็จะช่วยส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาได้ตามเป้าที่ตั้งไว้” นางอาภรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยต่างชาติที่ยื่นขอตั้งใหม่ในไทยล่าสุดมี 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด จากสหรัฐ วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซาอินติ ที่เป็นกลุ่มร่วมทุนมาจากอินโดนีเซีย และมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล แลงคาเชียร์ จากอังกฤษ
สำหรับมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล แลงคาเชียร์ นั้น เป็นการร่วมทุนกับหุ้นส่วนคนไทย คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 7.5 ล้านปอนด์ ที่ผ่านมาได้ซื้อที่แถว จ.สมุทรปราการ ไว้แล้วจำนวน 500 ไร่ โดยมีแผนที่จะเปิดเป็นวิทยาเขตแบบครบวงจร
นางอาภรณ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนมหาวิทยาลัยดังๆ เหล่านี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญที่จะขยายสาขาหรือวิทยาเขตเข้ามาในแถบอาเซียนมากนัก แต่ล่าสุดพบว่ามหาวิทยาลัยเหล่านี้มีมุมมองที่เปลี่ยนไป เพราะเห็นว่าอาเซียนเป็นภูมิภาคที่สำคัญต่อการเติบโตของโลกในอนาคต และประเทศไทยก็เป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้เรียน รวมทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยให้สูงขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะขึ้นในประเทศ เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้และมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่ทำและประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีการวางแผนผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ด้านภาษาต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง และยังมีแผนปั้นบัณฑิตเหล่านั้นให้พร้อมทำงานเป็นนักการทูต นักการทหาร ที่จำเป็นต้องรู้และเข้าใจภาษาต่างๆ เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นอาจใช้วิธีให้แต่ละมหาวิทยาลัยที่มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศส่งบุคลากรเข้ามาร่วมกัน อาจจะเป็นศูนย์ภาษาที่รวบรวมการสอนภาษาต่างประเทศแบบลึกซึ้งเอาไว้ ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยส่งเสริมให้คนไทยเรียนภาษาต่างประเทศได้กว้างขึ้น







