posttoday
แม้ยังเสี่ยงสูง แต่ทยอยซื้อหุ้นรายตัวได้แล้ว

แม้ยังเสี่ยงสูง แต่ทยอยซื้อหุ้นรายตัวได้แล้ว

10 มิถุนายน 2556

หลังเฟดส่งสัญญาณเมื่อวันที่ 22 พ.ค. อาจลดการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) ตลาดการเงินทั่วโลกดิ่งแรง ไล่เรียงตั้งแต่ตลาดหุ้น ตราสารหนี้ อัตราแลกเปลี่ยน และสินค้าโภคภัณฑ์

หลังเฟดส่งสัญญาณเมื่อวันที่ 22 พ.ค. อาจลดการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) ตลาดการเงินทั่วโลกดิ่งแรง ไล่เรียงตั้งแต่ตลาดหุ้น ตราสารหนี้ อัตราแลกเปลี่ยน และสินค้าโภคภัณฑ์

ระบบเศรษฐกิจการเงินไทยที่มีโครงสร้างแบบเปิด จึงสั่นสะเทือนตาม ในส่วนของตลาดหุ้นไทย ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิสูงถึง 3.8 หมื่นล้านบาท ในช่วงวันที่ 23 พ.ค.7 มิ.ย. 2556 ฉุดดัชนีหุ้นดิ่งเกือบ 10% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์เศษ แม้ความไม่แน่นอนยังสูง แต่มองเป็นจังหวะทยอยซื้อหุ้นรายตัวได้แล้ว หนุนโดยปัจจัยดังนี้

ประการแรก แรงซื้อจากทริกเกอร์ฟันด์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมต่างๆ พร้อมใจกันเสนอขายทริกเกอร์ฟันด์ในช่วงวันที่ 6-12 มิ.ย.นี้ หวังระดมเม็ดเงินมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ช้อนซื้อหุ้นราคาถูก

เม็ดเงินก้อนนี้คงจะเริ่มซื้อหุ้นได้ตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป หุ้นที่ถูกทริกเกอร์ฟันด์หมายตาไว้มักเป็นหุ้นของกิจการที่มีพื้นฐานดี และราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน หุ้นเหล่านี้จึงมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม ในส่วนของหุ้นแบงก์ ค้าปลีก อสังหาฯ นั้น กองทุนต่างๆ มีมุมมองแตกต่างกัน แต่ถ้าเป็นหุ้นมือถือแทบทุกกองกดไลค์ INTUCH

ประการที่ 2 มูลค่าหุ้นไทยถูกลงมาก หลังปรับฐานครั้งใหญ่ ค่าพี/อีของตลาดหุ้นไทยจะลดเหลือ 13.3 และ 12 เท่าของประมาณกำไรปี 2556-2557 ตามลำดับ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% และ 3.8% ในปี 2556-2557 เมื่อเทียบกับมูลค่าตามบัญชี ค่า P/BV จะเหลือ 2.3 และ 2.1 เท่า ในปี 2556-2557 ขณะที่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 17% ต่อปี

แรงขายจากการทำชอร์ตเซลส์ยังกดหุ้นรายตัวลงแรงผิดปกติ จน Valuation น่าสนใจ เช่น ADVANC, DTAC, INTUCH, BBL, KBANK, SCB, KTB, LH, QH เป็นต้น หากตลาดพลิกกลับจะมีแรงซื้อหุ้นเพื่อนำไปส่งมอบคืน (Short Covering) จะทำให้หุ้นเหล่านี้เด้งเร็ว

ประการที่ 3 ความกังวลเฟดอาจลด QE ได้สะท้อนไปในราคาสินทรัพย์ต่างๆ พอสมควรแล้ว

วันศุกร์ที่ผ่านมา แม้ตัวเลขจ้างงานสหรัฐจะสูงเกินคาด ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่อัตราว่างงานที่ขยับขึ้นช่วยคลายความวิตกที่เฟดอาจลดการซื้อพันธบัตรในเร็วๆ นี้

ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.75 แสนตำแหน่ง ในเดือน พ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.49 แสนตำแหน่งในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนลงจาก 1.65 แสนตำแหน่งในรายงานก่อนหน้านี้ ส่วนอัตราว่างงานขยับขึ้นแตะ 7.6% ในเดือน พ.ค. จาก 7.5% ในเดือนก่อนหน้า

ดัชนีดาวโจนส์เมื่อวันศุกร์ปิดพุ่ง 207.50 จุด หรือ 1.38% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก 1.8% ส่วนทองคำรูดลง 32.8 เหรียญสหรัฐ หรือ 2.32% ปิดที่ 1,383 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

ขณะนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาดการเงินโลกคาดว่า เฟดจะเริ่มลด QE ตั้งแต่การประชุมเดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป แต่เสียงส่วนใหญ่อาจคาดการณ์ผิดพลาดได้ จึงต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงสัญญาณจากเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์เป็นระยะ

ในสัปดาห์นี้ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ผลผลิตอุตสาหกรรม และผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) ส่วนการประชุมเฟดครั้งถัดไป จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ นอกจากนั้นยังต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 10-11 มิ.ย.นี้ด้วย

แนวรับใกล้ 1,480 จุด ยังทำงานได้ดี ดัชนีหุ้นเด้งขึ้น มาปิดอยู่ที่ 1,516 จุด คงต้องใช้เวลาย่ำฐานให้แน่นสักพัก ความเสี่ยงด้านล่างจำกัดอยู่แถว 1,480 หรืออย่างแย่ก็แถว 1,450-1,460 จุด มองเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่มูลค่าหุ้นถูก เช่น ADVANC, INTUCH, CPALL, BBL, KTB, JAS, BTS, QH, SIRI เป็นต้น ดัชนีหุ้นยังมีโอกาสแกว่งขึ้นไปทดสอบ 1,700 จุด ในช่วงปลายปีนี้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน