
มนต์น้ำหมึกไทยกลิ่นอายอุษาคเนย์
ท่ามกลางกระแสอาเซียนที่กำลังมาแรง มีเสียงเชียร์ให้คนไทยอ่านวรรณกรรมเพื่อนบ้าน เพื่อให้รู้จักประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงมากขึ้น
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
ท่ามกลางกระแสอาเซียนที่กำลังมาแรง มีเสียงเชียร์ให้คนไทยอ่านวรรณกรรมเพื่อนบ้าน เพื่อให้รู้จักประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงมากขึ้น
แม้หนังสือจะเป็นสื่อที่ผู้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย แต่ยังมีกำแพงภาษาที่ทำให้ความตั้งใจ “รู้เขา” ไปไม่ถึงฝัน สมาคมอาเซียนประเทศไทย จึงเลือกสนับสนุนให้นักเขียนไทยร่ายมนตร์น้ำหมึก โดยใส่กลิ่นอายของอุษาคเนย์เข้าไป เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ซึ่งสมาคมอาเซียนประเทศไทย ใช้แนวทางนี้ผ่านการริเริ่มโครงการวรรณกรรมเพื่ออาเซียน ที่เชิญ “ประภัสสร เสวิกุล” นักเขียนชื่อดัง มาร่วมรังสรรค์นวนิยายเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน หลังเดินทางไปเก็บข้อมูลใน 9 ประเทศ เพื่อศึกษาชีวิต ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ
ปัจจุบันนวนิยายของประภัสสรออกสู่สายตาคนไทย 3 เล่มแล้ว ได้แก่ 1.จะฝันถึงเธอทุกคืนที่มีแสงดาว เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอินโดนีเซีย2.รักในม่านฝน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเวียดนาม และ 3.มีเมฆบ้างเป็นบางวัน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เล่ม คือ ไชน่ามูน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิงคโปร์ และ กริชมะละกา เรื่องราวเกี่ยวกับมาเลเซีย ที่จะทยอยรวมเล่มตามมา
ในงานเสวนา “วรรณกรรมสู่ความเป็นหนึ่ง” คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ นายกสมาคมอาเซียนประเทศไทย บอกว่า ภาษาเป็นอุปสรรคที่ชัดเจนสำหรับคนไทย ทั้งภาษาเพื่อนบ้านและภาษาอังกฤษ ทุกวันนี้คนไทยส่วนใหญ่ยังอ่านวรรณกรรมภาษาไทยมีที่แปลจากวรรณกรรมอาเซียนบ้างก็ไม่มาก และไม่ได้แปลจากภาษาดั้งเดิมมักแปลต่อจากภาษาอังกฤษ จึงทำให้อรรถรสและสุนทรียภาพหายไปบ้าง นอกจากนี้ทั้งคนไทยและเพื่อนบ้านต่างก็ไม่ค่อยรู้จักนักประพันธ์ อย่างรางวัลซีไรต์ที่มีนักประพันธ์อาเซียนได้รับรางวัลนับร้อยคน แต่กลับไม่ค่อยรู้จักกัน สมาคมจึงใช้กลไกวรรณกรรมส่งเสริมให้คนในภูมิภาคนี้รู้จักกันมากขึ้น
สมาคมได้จัดทำนวนิยายไทยที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนบ้านผ่านปลายปากกาของประภัสสร และจะรวบรวมวรรณกรรมอาเซียนเพื่อส่งเสริมให้คนรู้จักกัน คาดว่าใน 35 ปี คนไทยจะรู้ภาษาเพื่อนบ้านมากขึ้น ก็จะสามารถอ่านวรรณกรรมเหล่านั้นได้
มาถึงยุคนี้คนไทยต้องเรียนรู้ เพราะเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเตรียมพร้อมสู่ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งสมาคมเตรียมประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำหนังสือเหล่านี้เข้าไปยังห้องสมุด รวมถึงเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับนักเรียน
แม้ว่าอาเซียนจะมีความแตกต่าง แต่หากมองสิ่งที่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันก็เป็นสิ่งที่ดีวรรณกรรมเป็นเรื่องของวัฒนธรรม วิถีชีวิต หลายเรื่องแตกต่าง ขณะที่อีกหลายเรื่องมีความเหมือน ดูอย่างนิทานที่มีความคล้ายคลึงกันมาก สะท้อนถึงความเป็นพวกเดียวกัน มีรากเหง้าเดียวกัน อย่างภาษาไทย ลาว เขมร พม่า ที่มาจากภาษาสันสกฤต หรือประเพณีสงกรานต์ที่มี “น้ำ” เป็นหลักในวิถีชีวิตเกษตร
ด้าน “ประภัสสร” เจ้าของผลงานชุดนี้ มองว่า ที่ผ่านมาปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนยังไม่มาก ทั้งที่ควรสร้างเครือข่าย เพราะนักเขียนมีส่วนช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ได้ การจะเป็นประชาคมอาเซียน หากไม่เข้าใจกันก็ลำบาก คนเรามีทั้งมุมที่น่ารักและน่าเกลียด แต่หากมองมุมที่น่ารักก็จะทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
“เป็นหน้าที่ของนักเขียนที่จะมีส่วนเสริมสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน พยายามถ่ายทอดให้คนไทยรู้จักเพื่อนบ้านมากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ นักเขียนรุ่นใหม่ๆ น่าจะหันมาเขียนแนวอาเซียนเพิ่มขึ้น เพราะแนวเกาหลี ญี่ปุ่น ก็เขียนกันมากแล้ว ยังเหลือช่องตรงนี้ที่ยังไม่ค่อยมีใครทำ”







