
‘เอสเอ็มอี’แห่ขอตั้งนิคมฯ
เผยเอกชน 11 ราย สนใจตั้งนิคมเอสเอ็มอี ด้าน กนอ.ผุดนิคมฯ ไฮเทคแห่งที่ 2 รองรับขยายลงทุน
เผยเอกชน 11 ราย สนใจตั้งนิคมเอสเอ็มอี ด้าน กนอ.ผุดนิคมฯ ไฮเทคแห่งที่ 2 รองรับขยายลงทุน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยว่า หลังจากกนอ.เปิดให้เอกชนเสนอจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีเพื่อรองรับการลงทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม โดยสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค. 2556 ที่ผ่านมาปรากฏว่ามีเอกชนเสนอจัดตั้ง 11 ราย เช่น นิคมอุตสาหกรรมเหมราช เสนอตั้งเอสเอ็มอี คอมเพล็กซ์ เพื่อเป็นนิคมฯ ย่อยในนิคมฯ ใหญ่ สมาคมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 4 ราย โดยเสนอตั้งในหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี ระยอง นครราชสีมา เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น
“ถือว่าได้รับความสนใจจากเอกชนค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามที่เสนอมาบางรายส่งเอกสารไม่เรียบร้อย กนอ.จะตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งสถานะเอกชน โฉนดที่ดิน และผังเมือง โดยภายในเดือน ก.ค. 2556 บอร์ด กนอ.จะคัดเลือกเอกชนทั้ง 11 ราย เพื่อจัดตั้งนิคมฯ เอสเอ็มอี 4 แห่ง ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ” นายวิฑูรย์ กล่าว
ด้านนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.ร่วมกับบริษัทไฮเทค กบินทร์ โลจิสติกส์ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคกบินทร์ ซึ่งถือเป็นนิคมฯ ไฮเทคแห่งที่ 2 โดยจะตั้งอยู่ที่ ต.หาดนางแก้ว และ ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี บนพื้นที่ประมาณ 1,066 ไร่ เพื่อรองรับการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมจากนักลงทุนเป้าหมายจากประเทศญี่ปุ่นและจีน
ทั้งนี้ จ.ปราจีนบุรี ถือเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่ที่นักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากมีที่ตั้งที่มีศักยภาพด้านการขนส่งใกล้ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและท่าเรือแหลมฉบัง โดยระยะที่ผ่านมา โรงงานจากพระนครศรีอยุธยาทยอยย้ายและขยายมาลงทุนฝั่งตะวันออก ซึ่งพื้นที่ใน จ.ปราจีนบุรี ถือเป็นเป้าหมายหนึ่ง และนิคมฯ ไฮเทคถือเป็นนิคมฯ แห่งแรกใน จ.ปราจีนบุรี ส่วนที่อื่นเป็นพื้นที่ประกอบการอุตสาหกรรม
นายวีรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจจากส่วนพื้นที่อุตสาหกรรมอื่นจะเป็นเขตประกอบการเช่นเขตประกอบการโรจนะ
อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้นิคมฯ ตั้งใหม่จะต้องดำเนินการภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เช่น การนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ การกำจัดขยะที่เป็นระบบ และมีการกำหนดพื้นที่สีเขียวแนวกันชนโดยรอบพื้นที่กว้างกว่า 5 เมตร เพื่อไปสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยนิคมฯ ไฮเทคก็ต้องดำเนินการภายใต้แนวคิดนี้
ด้านนายทวิช เตชะนาวากุล ประธานบริษัท ไฮเทค กบินทร์ โลจิสติกส์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการก่อสร้างนิคมฯ ไฮเทค แห่งที่ 2 จะใช้เวลา 2 ปี แบ่งการลงทุนเป็น 2 เฟส เฟสแรก 400 ล้านบาท เฟสที่สอง 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ ที่เลือกดำเนินการเป็นนิคมฯ ไม่ใช่พื้นที่อุตสาหกรรมรูปแบบอื่นเนื่องจากการร่วมกับ กนอ. ตั้งเป็นนิคมฯ กนอ. จะเข้ามาตั้งศูนย์บริการแบบครบวงจรหรือ วันสต็อปเซอร์วิส ซึ่งบริการทั้งเรื่องใบอนุญาต และการใช้ที่ดิน ซึ่งสะดวกต่อผู้ประกอบการ โดยเพราะที่เป็นต่างชาติซึ่งไม่คุ้นกับการต้องออกไปยื่นเอกสารกับหลายหน่วยงาน
รวมถึงการดำเนินการภายใต้กฎหมายนิคมฯ จะบังคับให้ต้องมีกองทุนสาธารณูปโภคซึ่งเป็นหลักประกันว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจะมีกองทุนสำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น
สำหรับค่าสาธารณูปโภคที่จะจัดเก็บกับผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนในนิคมฯ ไฮเทคนั้นจะไม่มีการเก็บค่าบำรุงรักษาในปีแรก แต่จะเก็บ 700 บาทต่อไร่ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป น้ำประปา 15 บาทต่อลูกบาศก์เมตร น้ำเสีย 6 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ค่าไฟฟ้าเท่ากับค่าบริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ค่าเก็บขยะ 3 บาทต่อกิโลกรัม







