
จังหวะเหมาะเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดี
หุ้นเดือน มิ.ย. เป็นเดือนที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในตลาดคาดว่าจะเป็นช่วงปรับฐานต่อเนื่องจากเดือน พ.ค. กลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือนนี้จึงเน้นปัจจัยพื้นฐานเป็นประการสำคัญ เพราะดัชนีหุ้นที่เคยโปร่งพองเป็นฟองสบู่จะคืนสู่ความจริงคือปัจจัยพื้นฐานแล้ว ดังนั้น แนวทางเลือกหุ้นจึงอิงผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นสำคัญ
หุ้นเดือน มิ.ย. เป็นเดือนที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในตลาดคาดว่าจะเป็นช่วงปรับฐานต่อเนื่องจากเดือน พ.ค. กลยุทธ์ลงทุนหุ้นเดือนนี้จึงเน้นปัจจัยพื้นฐานเป็นประการสำคัญ เพราะดัชนีหุ้นที่เคยโปร่งพองเป็นฟองสบู่จะคืนสู่ความจริงคือปัจจัยพื้นฐานแล้ว ดังนั้น แนวทางเลือกหุ้นจึงอิงผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นสำคัญ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะกลยุทธ์การลงทุน คือ สำหรับนักลงทุนที่จะซื้อหุ้น ต้องเน้นจังหวะอ่อนตัว ส่วนที่มีหุ้นอยู่แล้วเลือกถือตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มดี
แม้ว่าราคาหุ้นจะอ่อนลงตามแรงกดดันของตลาดโดยรวม ราคาก็มีโอกาสฟื้นกลับไปยังปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง แต่ถ้าเป็นหุ้นที่อยู่ในธุรกิจผันผวนปัจจัยพื้นฐานไม่แข็งแรง โอกาสที่ระยะทางที่จะปรับขึ้นก็น้อยกว่า
ดังนั้น จึงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด กับกลุ่มที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งตามแนวโน้มเศรษฐกิจ มีความมั่นคงในเรื่องการรับรู้รายได้ ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ฐานะการเงินแข็งแรง และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มสื่อสาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มขนส่ง
บล.แห่งนี้แนะนำซื้อหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ส่วนหุ้นที่เป็นหุ้นม้ามืดคือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และบริษัท เอสทีพีไอ (STPI)
จักรกริช เจริญเมธาชัย กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหุ้นในช่วงเดือน มิ.ย. ว่า แนะนำให้ซื้อหุ้นบริษัท เอ็ม บี เค (MBK) และให้ราคาเป้าหมาย 220 บาท ทั้งนี้ จากกรณีการได้รับส่วนแบ่งจากธุรกิจลูก อาทิ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส และสยามพิวรรธน์ รวมถึงการรุกธุรกิจคอนโดแนวสูง ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่น่าจับตาในการเข้าไปลงทุน
นอกจากนี้ ยังคงแนะนำ หุ้น บริษัท น้ำประปาไทย (TTW) โดยให้ราคาเป้าหมาย 12 บาท จึงยังคงมีโอกาสปรับขึ้น 9% เมื่อเทียบกับระดับราคาในปัจจุบัน เนื่องจากหุ้นดังกล่าวยังมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้น กรณีที่หุ้น บริษัท ซีเคเพาเวอร์ เตรียมเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย TTW ถือหุ้นอยู่ 25% จะส่งผลดีต่อราคาหุ้น
“ในระยะกลาง–ยาว TTW กำลังจะประกาศลงทุนในโรงไฟฟ้าพลัง งานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าชีวมวลในไตรมาส 3 ปี 2556 ซึ่งจะเป็นโอกาสปรับขึ้นในปี 2557-2558 ดังนั้น จึงแนะนำ ‘ซื้อ’”
บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO) ยังคงเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่น่าจับตา แม้ธุรกิจการพิมพ์ทรงตัว แต่บริษัทฯ จะรับรู้กำไรที่เติบโตโดดเด่นจากโรงไฟฟ้าบ่อพลอย 10 เมกะวัตต์ ในปี 2556 และโคกสำโรงในไตรมาส 4 ปี 2556 ส่งผลให้กำไรปี 2556 เพิ่มขึ้น 229% มาอยู่ที่ 155 ล้านบาท จาก 47 ล้านบาท ในปี 2555 และกำไรจะเติบโตแตะระดับ 216 ล้านบาท ในปี 2557
ดังนั้น ในปี 2556-2557 กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.30 บาท และ 0.42 บาท ตามลำดับ บนสมมติฐาน สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ที่ 20 เท่า สะท้อนการเติบโตในปี 2556-2557 ได้ราคาเป้าหมายที่เหมาะสม 6 บาท ประกอบกับบริษัทกำลังศึกษาการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1020 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3 ปี 2556 ความสำเร็จดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดปรับประมาณการราคาเป้าหมายขึ้น จึงแนะนำ “ซื้อ” โดยยังมีโอกาสปรับขึ้น 42%







