
อีก2สัปดาห์ตปท.กลับมาซื้อหุ้น
“ชาญ บูลกุล” คาด 2 สัปดาห์ ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทย หลังเห็นตัวเลขสหรัฐชัดเจน
“ชาญ บูลกุล” คาด 2 สัปดาห์ ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทย หลังเห็นตัวเลขสหรัฐชัดเจน
นายชาญ บูลกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) และนักลงทุนอิสระ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับลงแรง เกิดจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาต่างชาติขายไปแล้ว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมองว่าจะมีแรงขายมากกว่านี้อีกไม่มากแล้ว แม้กังวลต่อมาตรการลดมาตรการคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐยังออกมาไม่ดีหลายตัว ดังนั้นเชื่อว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ ต่างชาติน่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยได้
“การขายหุ้นของต่างชาติครั้งนื้ถือว่ามาเร็วกว่าที่คิดไว้ สาเหตุน่าจะมาจากความไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งภายใน 2 สัปดาห์นี้น่าจะเห็นความชัดเจนของตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของสหรัฐว่าจะออกมาในทิศทางไหน เนื่องจากต่างชาติชอบอะไรที่ชัดเจน และปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลง” นายชาญ กล่าว
นอกจากนี้ ปัจจัยที่จูงใจให้ต่างชาติขายหุ้นไทย คือ นักลงทุนคงเห็นว่าทางการไทยพยายามจะควบคุมตลาดเงินเพื่อสกัดเงินไหลเข้า แทนที่จะปล่อยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างเสรี จึงใช้โอกาสนี้ขายทำกำไรไปก่อน เพื่อรอจังหวะการกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี มองว่านักลงทุนยังสามารถเริ่มทยอยเก็บสะสมหุ้นได้ เพราะพื้นฐานหุ้นไทยยังไม่เปลี่ยน อีกทั้งปกติไม่เคยมีใครเข้าไปซื้อได้ในจังหวะที่หุ้นถูกสุด และขายในเวลาที่ราคาหุ้นแพงสุดได้เสมอไป เพียงแต่ระหว่างนี้อาจจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศมาก และมั่นใจว่าภายในปีนี้ยังจะได้เห็นหุ้นแตะที่ระดับ 1,700-1,800 จุดได้อยู่ แต่คงบอกไม่ได้ว่าเป็นช่วงไหน จากเดิมที่เคยมองว่าหุ้นไทยจะถึง 1,800 จุด ในเดือน ต.ค.นี้
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง กล่าวว่า การที่หุ้นไทยปรับลงมองว่าเป็นผลกระทบทางจิตวิทยาจากต่างประเทศระยะสั้น แต่มองว่าพื้นฐานหุ้นไทยยังแข็งแรง เพราะกำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรกออกมายังดีอยู่ ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานจะเป็นโอกาสที่ต่างชาติก็จะเริ่มกลับเข้ามาลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่หุ้นไทยจะปรับลงนี้ หลาย บล.เพิ่งมีการเพิ่มเป้าหมายดัชนีปีนี้ขึ้น และ บล.บัวหลวง กำลังจะเพิ่มเป้าเช่นกัน แต่พอดัชนีมีการปรับลงแรงเช่นนี้ ทำให้บริษัทชะลอการเพิ่มเป้าดัชนีไว้เท่าเดิมที่ 1,640 จุด







