posttoday
เข้มให้เงินกู้‘โรงสี’

เข้มให้เงินกู้‘โรงสี’

07 มิถุนายน 2556

แบงก์หวั่นรัฐเปลี่ยนนโยบายจำนำข้าวลูกค้าที่ขอขยายโกดังต้องปรับแผน

แบงก์หวั่นรัฐเปลี่ยนนโยบายจำนำข้าวลูกค้าที่ขอขยายโกดังต้องปรับแผน

แบงก์ระวังปล่อยกู้โรงสีขยายโกดัง หวั่นรัฐพับแผนจำนำข้าวกระทบรายได้

นายสุรชัย จิตตรัตน์เสนีย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยกู้กลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงสีมากขึ้น หลังจากเริ่มมีโรงสีที่เข้าร่วมในโครงการรับจำนำข้าวหลายแห่งแสดงความกังวลว่า ภาครัฐอาจไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนและต้องปรับเปลี่ยนหรือล้มเลิกโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากหากเกิดขึ้นจริงอาจทำให้กลุ่มโรงสีได้รับผลกระทบในแง่รายได้ เพราะต้องปรับตัวจากการรับจ้างรัฐสีและฝากข้าว กลับไปทำธุรกิจในรูปแบบเดิม คือ ซื้อข้าวเข้ามาแปรรูปขาย

ขณะเดียวกันโรงสีหลายแห่งที่มีการกู้ยืมเงินไปขยายโกดังเพื่อรองรับข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวคงต้องหาลูกค้าใหม่ ซึ่งอาจเป็นหน่วยงานราชการที่ต้องการเก็บพืชเศรษฐกิจ หรือหากอยู่ในทำเลที่ดีก็อาจแปลงโรงเรือนที่มีอยู่เป็นโกดังสินค้าให้เอกชนเช่าได้ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้นำปัจจัยเหล่านี้มาเป็นเกณฑ์พิจารณาปล่อยกู้ให้กับลูกค้าล่วงหน้าไว้แล้ว

“ก่อนหน้านี้เราได้ปล่อยกู้ให้โรงสีไปขยายกำลังการผลิตและโกดังไปบ้าง แต่เมื่อมีความเสี่ยงเกิดขึ้นหากมีโรงสีจะมาขอกู้ขยายโกดังในช่วงนี้คงต้องระมัดระวังขึ้น อาจต้องดูนิดหนึ่งว่าทำเลเขาเป็นอย่างไร หากไม่มีโครงการรับจำนำข้าวจะปรับมาใช้ประโยชน์อื่นได้หรือไม่” นายสุรชัย กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารมียอดปล่อยกู้ให้กับกลุ่มลูกค้าโรงสีคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน45% จากฐานสินเชื่อเอสเอ็มอีรวมทั้งหมด 4 หมื่นล้านบาท โดยลูกค้ากลุ่มนี้ใช้วงเงินสินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 100400 ล้านบาทต่อราย ซึ่งไม่สูงมากนักและยังมีหลักประกัน นอกจากนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังมีประสบการณ์ทางธุรกิจมายาวนาน สามารถปรับตัวได้ ทำให้ธนาคารยังเชื่อว่าคุณภาพหนี้จะไม่มีปัญหา

นายประสิทธิ์ วสุภัทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารมีการปล่อยกู้ให้ลูกค้าธุรกิจโรงสีไปขยายโกดังและกำลังการผลิตจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ดีโรงสีส่วนใหญ่จะใช้เงินทุนของตัวเอง 50% และใช้เงินกู้เพียง 50% ทำให้ภาระหนี้ระยะยาวของลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีไม่มาก ขณะเดียวกันลูกค้าโรงสีส่วนใหญ่ยังมีศักยภาพในการปรับตัวสูง จึงมองว่าไม่น่าห่วงแม้ว่าภาครัฐจะปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกโครงการจำนำข้าวไป

“ถ้ายกเลิกรับโครงการไปเขาก็ต้องกลับมาทำธุรกิจแบบเดิม ใช้ฝีมือ เพราะราคาข้าวจะกลับมาเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งไม่น่ามีปัญหา เพราะส่วนใหญ่ทำกันมานาน รู้ว่าจะทำอย่างไรให้กำไร ความต้องการสินเชื่อหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารก็พร้อมสนับสนุน” นายประสิทธิ์ กล่าว

แหล่งข่าวจากสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลรับจำนำข้าวในปริมาณมากจนโกดังข้าวเต็ม ทำให้โรงสีต่างๆ เร่งขยายโกดังเก็บข้าวเพื่อจะได้สามารถรับจำนำข้าวจากเกษตรกรได้เพิ่ม ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีโกดังเก็บข้าวสารที่เพิ่งสร้างเสร็จทยอยเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวประมาณ 30 โกดัง ซึ่งเก็บข้าวสารได้ประมาณ 6 ล้านตัน ทำให้มีที่เก็บข้าวเพิ่มจากโกดังกลางของรัฐที่สามารถเก็บข้าวได้ 30 ล้านตัน

“ที่ผ่านมาโรงสีได้กู้เงินมาลงทุนขยายกำลังการสีข้าวเปลือก บางรายกู้เงินมาสร้างโกดังรองรับข้าวสารในโครงการรัฐบาลขนาดใหญ่ แต่ทำท่าว่าโครงการรับจำนำข้าวจะไปไม่รอด จึงเร่งหาเงินคืนแบงก์ บางคนถึงกับพูดว่าการลงทุนจะต้องคืนทุนภายใน 1 ปี” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ