
ไทยเหลวดึงนักลงทุนลงนขัน"ทวาย"
เว็บไซต์อิรวดี นิตยสารข่าวของพม่า เปิดเผยบทความอ้าง มาร์วัน มากันมาร์การ์ ซึ่งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้โครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ระหว่างรัฐบาลไทยและพม่าล่าช้ากว่าที่ควร เนื่องจากรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่สามารถโน้มน้าวเพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะรัฐบาลและเอกชนจากญี่ปุ่นให้เข้ามาร่วมลงทุนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
เว็บไซต์อิรวดี นิตยสารข่าวของพม่า เปิดเผยบทความอ้าง มาร์วัน มากันมาร์การ์ ซึ่งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้โครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ระหว่างรัฐบาลไทยและพม่าล่าช้ากว่าที่ควร เนื่องจากรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่สามารถโน้มน้าวเพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะรัฐบาลและเอกชนจากญี่ปุ่นให้เข้ามาร่วมลงทุนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ยืนยันได้จากการเดินทางเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ถึงแม้ว่าผู้นำของไทยได้กล่าวสุนทรพจน์ในระหว่างการประชุมนานาชาติว่าด้วยอนาคตของเอเชียที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างชัดเจนว่า การก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย นับเป็นการลงทุนที่สำคัญเพื่อพัฒนาอนาคตของเอเชีย และไทยก็ยินดีที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนครั้งสำคัญนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่า นักลงทุนญี่ปุ่นไม่ได้ให้การตอบรับหรือแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวเพิ่มเติม นอกเหนือจากเงินสนับสนุนก้อนแรก วงเงิน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งนับเป็นท่าทีที่แตกต่างกับเมื่อครั้งที่นายกฯ ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้เดินทางเยือนเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวานอกนครย่างกุ้ง พร้อมกับขนโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานถึง 35 โครงการ มูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอย่างกระตือรือร้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายจะไม่ล้มเหลว เนื่องจากญี่ปุ่นยังคงสนใจในการลงทุนเช่นกัน ทว่าเงินทุนก้อนดังกล่าวจะเข้ามาต่อเมื่อญี่ปุ่นได้ตรวจสอบความเป็นไปได้และผลกำไรจากการลงทุนในโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
สอดคล้องกับความเห็นของยูกิ อากิโมโต ผู้จัดการเครือข่ายข้อมูลพม่าญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวเงินทุนสู่พม่าของญี่ปุ่น มองว่า เอกชนญี่ปุ่นยังคงสนใจที่จะร่วมลงทุนในโครงการทวาย ทว่าญี่ปุ่นไม่สามารถร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจทั้งสองแห่งพร้อมกันได้
“ในตอนนี้การลงทุนใดๆ เป็นเรื่องของการลำดับเวลาและความสำคัญ และส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะญี่ปุ่นต้องการช่วยพม่าก่อนไทย” อากิโมโต กล่าว
วันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวทีทีอาร์ วีคลี เปิดเผยรายงานอ้างตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยวและโรงแรมของพม่า ระบุว่า จํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาพม่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในจํานวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยมากที่สุด ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาระหว่างเดือน ม.ค.เม.ย.
รายงานระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าพม่าพุ่งขึ้นแตะ 2.53 แสนคน คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 43.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีเพียง 1.75 แสนคน โดยคิดเป็นทริปท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะจากไทยถึง 3.73 หมื่นทริป ตามด้วยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน
ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางเข้าพม่าทะลุ 1 ล้านคน เมื่อปี 2555 ภายหลังรัฐบาลพม่าเปิดประเทศและดำเนินการปฏิรูปประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
ทางการพม่าตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มทะลุ 3 ล้านคน ภายในปี 2558 ด้วยการส่งเสริมการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนถึงยกระดับมาตรฐานด้านที่พักอาศัยในบริเวณใจกลางเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจชื่อดัง หวังดึงดูดรายได้จากภาคท่องเที่ยวที่กำลังคึกคัก โดยในระหว่างปี 2552-2555 รายได้จากภาคท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่า จาก 196 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5,880 ล้านบาท) แตะระดับ 534 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 16,020 ล้านบาท) ทีเดียว







