
แวดล้อม
รอบๆ ตัวคุณ รอบๆ ตัวเราทุกวันนี้ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ใดก็ตามที่ต้องใช้ชีวิตอยู่เป็นประจำ แวดล้อมไปด้วยสีอะไรครับ?
รอบๆ ตัวคุณ รอบๆ ตัวเราทุกวันนี้ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ใดก็ตามที่ต้องใช้ชีวิตอยู่เป็นประจำ แวดล้อมไปด้วยสีอะไรครับ?
หากท่านใดตอบว่าเป็นสีเขียว ผมคงมีประโยคคำพูดพร้อม “รีแอ็กชัน” ให้ท่าน 3 แบบ 1. “ยินดีด้วยนะครับ คุณโชคดีจริงๆ ที่ยังมีสภาพแวดล้อมที่ดีอยู่รอบกาย” (ทำหน้าปลื้มปีติ) 2. “ที่มีสีเขียวเยอะๆ นี่ คือทาห้องให้เป็นสีเขียวรึเปล่าครับ” (ทำหน้าฮาๆ ทีเล่นทีจริง) หรือ 3. “ไม่ได้กำลังโกหกตัวเองอยู่ใช่มั้ยครับ” (ฮา)
ที่มีคำพูดและรีแอ็กชันแบบนั้น เพราะโลกของเราขณะนี้เข้าข่าย “ดำรง” อยู่ ด้วยอาการ “ดำลง” เมืองขยายตัว ทุกบริเวณมีต้นไม้น้อยลง ขณะที่ระบบบริหารจัดการมลพิษทั้งทางน้ำและทางอากาศยังขาดประสิทธิภาพ
สีที่รายล้อมและแวดล้อมทุกท่านอยู่ในขณะนี้ จึงน่าจะเป็นสีเทา ไม่ก็สีดำ จะเข้มจะอ่อนก็ต้องว่าไปตามบริเวณ
เนื่องในโอกาสที่วันนี้ (5 มิ.ย.) เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก จึงขอพาทุกท่านมาติดตามเรื่องการ “แก้ดำ” ของสิ่งแวดล้อมในอาเซียนกันครับ
หากเปรียบเทียบจากแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC Blueprint) เจ้าเก่าของเรา ต้องบอกว่าการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียน เป็นด้านที่ “สำเร็จ” มากที่สุด และ “ไม่สำเร็จ” มากที่สุดไปพร้อมกัน
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากทั้งแผน 6 เป้าหมายหลัก 339 มาตรการ มีเป้าหมายหลักด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ 1 เป้าหมาย 98 มาตรการ พูดให้ชัดๆ คือเกือบ 1 ใน 3 ของเสาสังคมและวัฒนธรรมอยู่กับเรื่องสิ่งแวดล้อม เมื่อนับเป็นปริมาณมาตรการ ก็เลยยังมีทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จมากกว่าเพื่อน
ในหนึ่งเป้าหมายหลักภายใต้หัวข้อส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ยังแบ่งออกเป็น 11 เป้าหมายย่อย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโลกลงมาจนระดับพรมแดน ผลักดันให้ดีขึ้นผ่านการศึกษา การมีส่วนร่วมของประชาชน เทคโนโลยี ความร่วมมือด้านนโยบาย ดูแลตั้งแต่น้ำจืดน้ำทะเล ชายฝั่ง ป่าไม้ หมอกควัน ระบบนิเวศ ไปจนถึงโลกร้อน
ที่น่าสนใจคือ มีเป้าหมายย่อยหนึ่งพูดถึงเรื่องการส่งเสริมคุณภาพมาตรฐานการดำรงชีวิตในเมืองต่างๆ ของอาเซียนและเขตเมือง
ข้อมูลจากเว็บไซต์ numbeo.com ฐานข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับเมืองต่างๆ ทั่วโลก ระบุว่า จากการสำรวจดัชนีมลพิษในเขตเมืองต่างๆทั่วโลก 269 เมือง ณ ไตรมาส 1/2556 กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย มีดัชนีสูงหรือมีมลพิษมากเป็นอันดับ 6 ของโลก กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์อยู่ที่ 29 ส่วนกรุงเทพฯ ของเราอยู่ที่ 64 พร้อมด้วย จ.เชียงใหม่ ในอันดับที่ 78
ขณะที่มาตรการในเป้าหมายย่อยระบุเป็นแนวกว้างๆ ว่า “เพิ่มพูนความพยายามของแต่ละประเทศ” “ดำเนินการเพื่อมุ่งไปสู่ข้อริเริ่มต่างๆ เช่น สังคมที่มีก๊าซคาร์บอนต่ำ” สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นคือมาตรการเชิงปฏิบัติที่จับต้องและแก้ปัญหาได้จริง
อาเซียนควรหาทางเจาะลึกมาตรการต่างๆ ให้ชัดเจน ในระยะสั้นควรนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการจัดการมลพิษเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการควบคุมทั้งการก่อสร้างอาคารใหม่และคุณภาพรถยนต์อย่างเข้มข้น ผ่านอีไอเอ โครงสร้างภาษี เพื่อค่อยๆ ลดมลพิษลง ขณะที่ระยะยาวต้องไม่ลืมที่จะปลูกฝังประชาชนให้ใช้สิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ถ้าเราปล่อยสิ่งแวดล้อมดำลงไปกว่านี้ อีกหน่อยเราอาจต้องเรียกชุมชนเมืองว่าชุมชนถ่านครับ







