
ทันสถานการณ์
ถกสำรองน้ำมัน 7 มิ.ย.
ถกสำรองน้ำมัน 7 มิ.ย.
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 มิ.ย. นี้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน จะประชุมร่วมกับโรงกลั่นน้ำมันและผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 เรื่องการเพิ่มสำรองน้ำมันจาก 5% เป็น 6% หรือเพิ่มจาก 36 วัน เป็น 43 วัน เพื่อขอรับฟังปัญหาทั้งหมด
ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติคาดว่าการเพิ่มสำรองน้ำมันจะเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ในเดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป โดยรอการประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน เรื่องคลังน้ำมันเชื้อเพลิง 2556 ที่แก้ไขใหม่ และมีผลบังคับในวันที่ 23 ก.ย. 2556
สำหรับโครงการท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น เร็วๆ นี้ มีกำหนดจะประชุมร่วมกับทางบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (แทปไลน์) เพื่อพิจารณาถึงแนวทางการลงทุนและการเสนอสิทธิประโยชน์ รวมทั้งปัญหาการรอนสิทธิที่ดินด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับเป้าหมายของโครงการดังกล่าว เพื่อทำให้ราคาน้ำมันที่หน้าคลังน้ำมันในต่างจังหวัดมีราคาเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในต่างจังหวัดลดลง เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในระยะยาว
กระทรวงเกษตรฯ ตั้งกองอาเซียน
นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้จัดทำแผนการปฏิบัติงานขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเกษตรผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน ตั้งแต่การเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ให้กับเจ้าหน้าที่ สถาบันเกษตรกรรมต่างๆ รวมถึงเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องในภาคเกษตร และพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 เช่น การให้ความรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ
ทั้งนี้ มีรายงานว่าปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ลงนามตั้งกองอาเซียนขึ้นเป็นกองใหม่ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ มีหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาของอาเซียนที่มีต่อภาคเกษตรของไทย
อุตฯ สั่งสถาบันเหล็กฯ ปรับโครงสร้างองค์กร แก้ปัญหาขาดทุน เล็งดึงภาคเอกชนร่วม ย้ำไม่มีนโยบายยุบสถาบัน ชะลอการสรรหาผอ.ใหม่จนกว่าปรับโครงสร้างชัด ปรับโครงสร้างสถาบันเหล็ก
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาบริหารงานขาดทุน โดยอาจใช้แนวทางดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุนงบประมาณเช่นเดียวกับสถาบันพลาสติกและสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ จากการหารือกับผู้ประกอบการเหล็ก บางรายเห็นด้วยที่จะสนับสนุนเรื่องงบประมาณ เนื่องจากไม่ต้องการให้ยุบสถาบันเหล็กฯ เพราะยังมีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของ The South East Asia Iron and Steel Institute (SEAISI) ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยจำเป็นต้องมีบทบาทในระดับภูมิภาคมากขึ้น
สำหรับการสรรหาผู้อำนวยการสถาบันเหล็กฯ จำเป็นต้องเลื่อนไปจนกว่าการปรับโครงสร้างจะแล้วเสร็จ แต่ก็ไม่ยกเลิกการสรรหา โดยล่าสุดได้สัมภาษณ์ผู้ที่มีคุณสมบัติผ่านไปแล้ว 3 คน%CUR%
“กระทรวงอยากให้ปรับโครงสร้างให้เสร็จ จึงชะลอการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่ไว้ก่อน” นายวิฑูรย์ กล่าว
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า จากการหารือกับผู้ประกอบการเหล็ก บางรายเห็นด้วยที่จะสนับสนุนเรื่องงบเนื่องจากไม่ต้องการให้ยุบสถาบันเหล็กฯ เพราะยังมีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของ The South East Asia Iron and Steel Institute (SEAISI) ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยจำเป็นต้องมีบทบาทในระดับภูมิภาคมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการสถาบันเหล็กฯ ที่ผ่านมามีการเสนอหลายแนวคิดในการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งรวมถึงการยุบสถาบันเหล็กฯ แต่กระทรวงฯ เห็นว่าสถาบันเหล็กฯ ยังมีความจำเป็นจึงให้ไปหาแนวทางในการปรับโครงสร้างองค์กร และยืนยันว่าจะไม่มีการยุบสถาบันเหล็กฯ
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงสร้างของสถาบันเหล็กฯ ใหม่จะดำเนินการได้ภายในปีนี้ โดยที่ผ่านมามีข้อเสนอ 3 แนวทาง คือ 1.การให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนงบประมาณ 2.การควบรวมกับสถาบันไทยเยอรมัน
3.การยุบสถาบันเหล็กฯ แต่สถาบันเหล็กฯ จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถ้าจะควบรวมกับสถาบันอื่นหรือการยุบสถาบันเหล็กฯ จะต้องเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบ ซึ่งอาจมีผลต่อสถาบันอื่นถึงความจำเป็นในการดำรงอยู่ของแต่ละสถาบัน
ดังนั้น การให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนงบประมาณจึงเป็นแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดเพราะทุกฝ่ายเห็นว่าสถาบันเหล็กฯ ยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก และปัจจุบันก็มีข้อขัดแย้งทางการค้ามากขึ้นจำเป็นที่ต้องมีหน่วยงานกลางมาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาของภาครัฐ
ในส่วนการสรรหาผู้อำนวยการสถาบันเหล็กฯ แม้จะต้องเลื่อนไปจนกว่าการปรับโครงสร้างจะแล้วเสร็จ แต่ก็ยกเลิกการสรรหา คณะกรรมการสรรหายังคงมีนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นประธานโดยล่าสุดได้สัมภาษณ์ผู้ที่มีคุณสมบัติผ่านไปแล้ว 3 คน
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถาบันเหล็กฯ จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถ้าจะควบรวมกับสถาบันอื่น หรือการยุบสถาบันเหล็กฯ จะต้องเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบ แต่อาจมีผลต่อสถาบันอื่นถึงความจำเป็นในการดำรงอยู่ของแต่ละสถาบัน







