
คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์
กลายเป็นประเด็นระดับโลก เมื่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ออกมาระบุว่า คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ควรนำมาใช้ในกิจการโทรคมนาคมและพัฒนาสู่ 4จี แอลทีอี เพราะขณะนี้มีกว่า 10 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เริ่มนำมาใช้ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)
กลายเป็นประเด็นระดับโลก เมื่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ออกมาระบุว่า คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ควรนำมาใช้ในกิจการโทรคมนาคมและพัฒนาสู่ 4จี แอลทีอี เพราะขณะนี้มีกว่า 10 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เริ่มนำมาใช้ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)
แต่สำหรับประเทศไทย แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ได้กำหนดให้คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นที่ใช้ในกิจการโทรทัศน์ที่จะนำมาจัดสรรและเปิดประมูลในระบบทีวีดิจิตอล ส่งผลให้คลื่นความถี่ย่าน 700 ไม่สามารถใช้ในกิจการโทรคมนาคมในประเทศไทยได้ ถ้าจะทำจริงก็จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถึงขั้นต้องแก้แผนแม่บท
ทั้งนี้ ตามหลักมาตรฐานสากล คลื่นความถี่ 700 จะนำมาใช้ในกิจการโทรคมนาคม โดยประเทศแถบยุโรปแบ่งช่วงคลื่น 470790 เมกะเฮิรตซ์ และ 470698 เมกะเฮิรตซ์ ในอเมริกาและแอฟริกา แต่สำหรับประเทศไทยนั้น ช่วงคลื่น 470510 เมกะเฮิรตซ์ ถูกนำไปจัดสรรเพื่อใช้ในกิจการโทรคมนาคมก่อนหน้านี้แล้ว
ดังนั้น หากไทยจะนำคลื่นความถี่ 700 มาใช้ในกิจการโทรคมนาคมตามที่ไอทียูกำหนดนั้น จะต้องมีการจัดสรรช่วงคลื่นความถี่รอบใหม่ (ReFarming) โดยต้องเรียกคืนจากหน่วยงานที่ครอบครองไว้เดิม ซึ่งไปเกี่ยวพันกับสัญญาสัมปทานทีวีในปัจจุบัน และทุกอย่างจะดำเนินการได้จนถึงขั้นนั้น ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านจากการออกอากาศแบบอะนาล็อกไปสู่ดิจิตอลแบบสมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่ใช่เร็วๆ นี้ หรือปีนี้
หรือสุดท้ายคลื่น 700 เมกะ เฮิรตซ์ อาจถูกใช้ในกิจการโทรทัศน์แต่เพียงอย่างเดียว เพราะไอทียูเพียงเสนอแนะ ซึ่งหากทำให้อุตสาหกรรมในประเทศวุ่นวายก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม
เพราะลำพังแค่แบ่งงานระหว่างกิจการโทรคมนาคมและกิจการบรอดคาสต์ ก็ขลุกขลักมากพออยู่แล้ว หากต้องมารวมกันเพื่อแก้ปัญหา 700 เมกะ เฮิรตซ์ เกรงว่าปัญหาจะยิ่งซับซ้อนและยุ่งเหยิงเกินเยียวยามากขึ้นไปอีก







