posttoday
ปชป.เตรียมแปรญัตติลดงบ2ล้านล.เหลือ2แสนล.

ปชป.เตรียมแปรญัตติลดงบ2ล้านล.เหลือ2แสนล.

05 มิถุนายน 2556

กมธ.2 ล้านล้านซีกปชป. เตรียมแปรญัตติปรับลดงบประมาณเหลือ 2 แสนล้าน เพื่อให้โครงการที่พร้อมดำเนินการก่อน

กมธ.2 ล้านล้านซีกปชป. เตรียมแปรญัตติปรับลดงบประมาณเหลือ 2 แสนล้าน เพื่อให้โครงการที่พร้อมดำเนินการก่อน

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายเจือ ราชสีห์ สส.สงขลา นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายอนุชา บูรพชัยศรี สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างน้อยเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายกรณ์ กล่าวว่า ข้อมูลในโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทที่ขอไปยังหน่วยราชการ ซึ่งได้ขีดเส้นตายให้ส่งกลับมาภายในวันที่ 3 มิ.ย. มิเช่นนั้นจะไม่สามารถพิจารณาได้นั้น

ขณะนี้หน่วยราชการได้ส่งข้อมูลมาให้บางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ครบถ้วน โดยขอเวลารวบรวมเอกสารอีก 2 สัปดาห์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือ และพรรคจะขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณจาก 2 ล้านล้านบาท เหลือ 2 แสนล้านบาท โดยให้โครงการที่มีความพร้อมดำเนินการก่อน เช่น โครงการรถไฟทางคู่ โครงการของกรมทางหลวงชนบท และกรมทางหลวง และในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะขอแปรญัตติด้วยตัวเองต่อคณะกมธ.ด้วย

ด้านนายสามารถ ยืนยันว่า ข้อมูลหลายส่วนยังไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง และโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมถึงค่าจ้างที่ปรึกษาในการก่อสร้างโครงการต่างๆก็สูงถึง 4-5% ของมูลค่าโครงการ จึงอยากให้ไปศึกษาตัวอย่างจากกรมทางหลวง ที่ไม่ได้ใช้ค่าจ้างที่ปรึกษา แต่ดำเนินการด้วยตัวเอง ทำให้ประหยัดงบประมาณจำนวนมาก

ขณะที่ นายเจือ กล่าวว่า หลายโครงการไม่มีความพร้อม บางโครงการเพิ่งตั้งงบประมาณในค่าจ้างศึกษาและออกแบบ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง สาย กทม.-เชียงใหม่ กทม.-นครราชสีมา และ กทม.-หัวหิน

ด้าน นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าว่า การแปรญัติ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น ส่วนตัวเห็นว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะตั้งงบประมาณไปอยู่นอกระบบโดยไม่จำเป็น จึงแปรญัตติให้กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท กลับเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบที่ถูกต้อง ไม่ให้มีการโยกย้ายเงิน ซึ่งอ้างว่ากู้ไปทำอย่างหนึ่งแต่เอาไปทำอย่างอื่น และให้มีหลักประกันเรื่องวินัยทางการคลัง เนื่องจากรัฐบาลอ้างว่ากู้เงินนี้ไปแล้ว จะทำให้งบประมาณสมดุลในปี 2560 แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน

“ในส่วนของกรรมาธิการพิจารณาแล้วพบว่าจริงๆ หลังจากไล่สอบถามแล้ว โครงการที่มีความพร้อมในการทำจริงน่าจะไม่เกิน 2 แสนล้าน ซึ่งน่าจะเอามาบรรจุในพ.ร.บ.งบประมาณได้เลย เพราะไม่เกินเพดานหนี้ของรัฐบาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (มูดีส์) อาจลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย เนื่องจากโครงการจำนำข้าวที่ทำให้ขาดทุนมหาศาลนั้น ถือเป็นเรื่องการจัดอันดับของมูดีส์ แต่ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กที่เกี่ยวกับการจำนำข้าว และเห็นว่าเรื่องที่ใหญ่กว่า คือ อนาคตของข้าวและเกษตรกรไทย ถ้าปล่อยให้ประเทศสูญเสียเงินปีละ 2 แสนล้าน ที่ครึ่งหนึ่งตกอยู่กับชาวนา อีกครึ่งหนึ่งตกอยู่กับใครไม่ทราบ แล้วก็มีกระบวนการในการทุจริต พร้อมกับระบบการทำลายระบบการค้าข้าว วันข้างหน้าชื่อเสียง ขีดความสามารถของข้าวและเกษตรกรไทย ที่จะค้าขายก็จะไม่มี เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องมีคำตอบ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ