posttoday
สมาคมขายตรงน้องใหม่ลุยสางกม.ปูพรมสู่อาเซียน-จีน

สมาคมขายตรงน้องใหม่ลุยสางกม.ปูพรมสู่อาเซียน-จีน

04 มิถุนายน 2556

ถือเป็นสมาคมธุรกิจขายตรงน้องใหม่ ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นสำหรับสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (ทีดีเอ็นเอ)

ถือเป็นสมาคมธุรกิจขายตรงน้องใหม่ ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นสำหรับสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (ทีดีเอ็นเอ) ที่พยายามเดินหน้าผลักดันให้ธุรกิจขายตรงไทยเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ทั้งระดับประเทศไปจนถึงระดับสากล เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปริมาณการซื้อขายมูลค่ามหาศาล ซึ่งมีการประเมินกันว่าธุรกิจนี้มีกว่า 1 แสนล้านบาท และยังเกี่ยวข้องกับคนนับสิบล้านคน

นิโรธ เจริญประกอบ นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างอาชีพให้คนไทยทุกระดับจำนวนมาก แต่จากกฎหมายขายตรงที่ใช้ในปัจจุบันล้าหลังและไม่ทันสถานการณ์หลายเรื่อง จึงจำเป็นต้องเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรง หรือ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ให้สามารถจัดการปัญหาและกำกับดูแลธุรกิจขายตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประเด็นที่สมาคมต้องเร่งผลักดัน คือ ต้องมีการจัดตั้งสำนักงานกำกับกิจการขายตรง โดยให้แยกธุรกิจตลาดแบบตรงออกไปเป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง เนื่องจากหากพิจารณาในรายละเอียดแล้วมีการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันความรัดกุมของกฎหมายยังมีไม่เพียงพอ ต้องการให้หน่วยงานรัฐมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการธุรกิจที่แอบแฝงหรือบริษัทที่ไม่ถูกต้องให้ได้เร็วและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อไม่ให้สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรงในวงกว้าง เนื่องจากตัวบทกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เองก็ไม่มีอำนาจในการเพิกถอนด้วย

นอกจากนี้ จะต้องจัดตั้งกองทุนชดเชยให้ผู้เสียหายจัดเก็บเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ตามรายได้ของผู้ประกอบการ การขึ้นทะเบียนนักธุรกิจขายตรง โดยให้ส่วนราชการที่กำกับดูแลเป็นผู้พิจารณา ซึ่งอาจจะมีการจัดตั้งเป็นกรมขายตรง เพื่อให้การทำธุรกิจตรงกับความเป็นจริงและทันสถานการณ์ปัจจุบัน

“ข้อมูลจาก สคบ.ระบุว่า มีบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับ สคบ.ไว้ 885 บริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งแต่ 30 พ.ย. 2555 ปัจจุบันเชื่อว่าตัวเลขน่าจะมากกว่า 900 บริษัทแล้ว ซึ่งกว่า 90% ของบริษัทขายตรงไม่ได้มีการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับสมาคมใดๆ เลย สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในธุรกิจ” นิโรธ กล่าว

พิศิษฐ์ แทนทิว เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย กล่าวว่า สมาคมได้แต่งตั้งขึ้นปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการจัดตั้งสมาคมขึ้นมาใหม่ หลายคนยังไม่เข้าใจว่ามี 3 สมาคมแล้วจะตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร แต่ในทุกธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จ การจัดให้มีกี่สมาคมไม่ใช่ประเด็น ความสำคัญอยู่ที่สามารถตอบสนองรับใช้คนในวงการได้แค่ไหน ทำหน้าที่อะไร และสร้างประโยชน์ให้กับวงการได้จริงหรือไม่

“ทางสมาคมยังได้จ้างศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้เก็บข้อมูลอุตสาหกรรมขายตรงไทย จะใช้เวลา 6 เดือน คาดจะเสร็จเดือน พ.ย.ปีนี้ ซึ่งผลการวิจัยจะผนึกเป็นโครงการเดียวกับการผลักดันร่างกฎหมาย ที่จะต้องมีการจัดตั้งสำนักงานกำกับธุรกิจขายตรง โดยให้รัฐเป็นผู้พิจารณา” พิศิษฐ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ทางสมาคมได้มีการเซ็นสัญญาเอ็มโอยูระหว่างศูนย์อาเซียนกับสมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้ากวางตุ้งฮ่องกง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานแลกเปลี่ยนและขยายการค้าร่วมกัน โดยเฉพาะธุรกิจขายตรง ตลาดแบบตรงและแฟรนไชส์

ภูสิต เพ็ญศิริ รองประธานศูนย์อาเซียน กล่าวว่า หน่วยงานดังกล่าวจัดตั้งโดยรัฐบาลจีนเพื่อดูแลในเขตเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณกวางตุ้ง ครอบคลุม 3 เมือง ได้แก่ เสิ่นเจิ้น จูไห่ และซัวเถา เนื่องจากเป็นเขตเศรษฐกิจที่เติบโตสูงที่สุดในประเทศจีน แต่ปัจจุบันธุรกิจขายตรงจากหลายประเทศยังไม่สามารถเข้าไปทำธุรกิจเครือข่ายในประเทศจีนได้

“ขณะนี้ประเทศจีนอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อให้ธุรกิจขายตรง สามารถประกอบธุรกิจได้ในจีน แต่ต้องการข้อมูลที่ชัดเจน โดยจะรับฟังข้อมูลผ่านหน่วยงานของตนเองที่ได้จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งทางศูนย์อาเซียนจะได้นำเสนอข้อมูลการวิจัยธุรกิจขายตรงไทย ผ่านไปยังรัฐบาลจีนอีกทอดหนึ่ง ข้อมูลที่นำเสนอจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะหากธุรกิจขายตรงสามารถเปิดดำเนินการได้ในเมืองจีน จะยิ่งทำให้ขนาดของธุรกิจนั้นเติบโตได้อย่างมหาศาล โดยศูนย์อาเซียนจะทำกรอบข้อตกลงเบื้องต้น 5 เรื่อง” ภูสิต กล่าว

ทั้งนี้ทางศูนย์อาเซียนได้ทำกรอบข้อตกลงในเบื้องต้น 5 เรื่องด้วยกันประกอบด้วย ได้แก่การถ่ายทอดข้อมูลความรู้ด้านเศรษฐกิจจีนที่มีผลต่อการขายตรง ตลาดแบบตรง และแฟรนไชส์ของไทย การคัดเลือกผู้ประกอบการไทยไปสำรวจตลาดลู่ทางการลงทุนในจีน ,ทางสมาคมทีดีเอ็นเอจะให้การสนับสนุนด้านการจัดการประชาสัมพันธ์ศูนย์อาเซียนในไทย และสนับสนุนให้สมาชิกสมาคมทีดีเอ็นเอ เข้าไปใช้เประโยชน์ด้านสถานที่กับพันธมิตรศูนย์อาเซียนทั้งในไทยและจีน เพื่อขยายความร่วมมือที่จะเป็นตลาดขายตรงแบบหลายชั้นในบางพื้นที่ในเมืองจีนได้ง่ายขึ้นในอนาคต

เหล่านี้คือพันธกิจของสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย ที่ต้องการผลักดันธุรกิจขายตรงไทยให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ความน่าเชื่อถือในธุรกิจนี้ก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค