
หุ้นปิดเช้าร่วง16.18จุด
หุ้น3มิ.ย.ปิดร่วง16.18จุด ที่ 1,545.89 จุด มูลค่า 27,596.47 ล้านบาท
หุ้น3มิ.ย.ปิดร่วง16.18จุด ที่ 1,545.89 จุด มูลค่า 27,596.47 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นวันที่ 3 มิ.ย. ปิดที่ 1,545.89จุด ลดลง 16.18 จุด หรือ 1.04 % มูลค่าการซื้อขาย 27,596.47 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป กล่าวว่า ตลาดหุ้นผันผวนอยู่ในกรอบทางลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า นักลงทุนยังคงจับตา flow ต่างชาติที่ขายสุทธิออกมาค่อนข้างมากในสัปดาห์ก่อน ถึงแม้วันศุกร์จะกลับมาซื้อเล็กน้อย แต่โดยรวมทั้งสัปดาห์ถือว่าขายออกมาค่อนข้างมากเมื่อเทียบตลาดอื่นในภูมิภาค เป็นแรงกดดันหลักให้เข้าสู่กรอบการพักตัว ขณะที่ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว
"ปัจจัยหลักจากภายนอกยังคงกังวลตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่จะสะท้อนเรื่องการยุติมาตรการ QE เป็นปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสนใจ และในรอบสัปดาห์นี้ต้องตามดูตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐ"น.ส.ธีรดา กล่าว
ทิศทางช่วงบ่าย ตลาดน่าจะยังผันผวนในแดนลบ แต่อาจรีบาวน์กลับขึ้นมาได้บ้าง โดยเฉพาะหากลงไปแถว 1,550 จุด น่าจะมีแรงให้มีซื้อกลับ แต่ดัชนีอาจยังไปไหนไม่ไกล โดยให้แนวต้าน 1,560-1,565 จุด แนวรับ หาก 1,550 จุดรับไม่ ก็ให้ที่1,540 และ 1,530 จุด
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ดังนั้นการซื้อหุ้นใหม่ให้เน้นจังหวะอ่อนตัว ส่วนใครที่มีหุ้นอยู่แล้วเลือกถือตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มดี เพราะแม้ว่าราคาหุ้นจะอ่อนลงตามแรงกดดันของตลาดรวม ราคาก็มีโอกาสฟื้นกลับไปยังปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง แต่ถ้าเป็นหุ้นที่อยู่ในธุรกิจผันผวน/ปัจจัยพื้นฐานไม่แข็งแรง
โอกาส/ระยะทางที่จะปรับขึ้นก็น้อยกว่า ให้น้ำหนักการลงทุน Overweight กับกลุ่มที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งตามแนวโน้มเศรษฐกิจ มีความมั่นคงในเรื่องการรับรู้รายได้ ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในเกณฑ์ดี ฐานะการเงินแข็งแรง และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง, กลุ่มสื่อสาร, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์, และกลุ่มขนส่ง
ขณะที่ บล.ทรีนิตี้ ระบุว่า ดัชนียังคงผันผวนต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญหาก ดัชนีหล่นไปที่แนวรับ 1540-1550 จุด เช่น หุ้นที่มีแนวโน้มถูกคัดเลือกเข้าสู่การคำนวณดัชนี SET50 รอบถัดไป ได้แก่ CENTEL, CK หุ้นที่มีแนวโน้มถูกคัดเลือกเข้าสู่การคำนวณดัชนี SET100 รอบถัดไป ได้แก่ UV, UMIหุ้นกลุ่มสื่อสารที่ยังคงมี Upside จากราคาปัจจุบัน ได้แก่ THCOM หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปลายน้ำของธุรกิจ 3G ได้แก่ ILINK, MFEC) หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีผลประกอบการไตรมาส 2โดดเด่น ได้แก่ ASPและ หุ้น Defensive ที่มี Downside risk ต่ำ ได้แก่ PTT, TTW
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,682 ล้านบาท ปิดที่ 10.50 บาท ลดลง 0.60 บาท (-5.41%)
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,397 ล้านบาท ปิดที่ 172.00 บาท ลดลง 1.50 บาท (-0.86 %)
INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 1,336 ล้านบาท ปิดที่ 88.00 บาท ลดลง 1.00 บาท (-1.12 %)
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,263,ล้านบาท ปิดที่ 195.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.26%)
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,242ล้านบาท ปิดที่ 266.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.14%)







