
ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยเนื้อหอม
เพื่อนบ้านสนใจลงทุนขยายสาขา3กลุ่มมาแรงสปาความงามอาหาร
เพื่อนบ้านสนใจลงทุนขยายสาขา3กลุ่มมาแรงสปาความงามอาหาร
ปีทองแฟรนไชส์ไทย เปิดสาขาอาเซียนคึกคัก สปา อาหาร ความงาม มาแรงต่างชาติสนใจลงทุนสูงสุด
นายสวาสดิ์ มิตรอารี นายกสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในปีนี้มีความคึกคักอย่างมาก ถือเป็นปีทองของธุรกิจแฟรนไชส์ เนื่องจากผู้ประกอบการแฟรนไชส์ได้เข้าไปขยายสาขาในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จากการไปโรดโชว์ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีนักธุรกิจอาเซียนสนใจลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ไทยจำนวนมาก
สำหรับสมาคมได้เดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ในแต่ละครั้งมีผู้ประกอบการไทยร่วมเดินทางจำนวน 10-15 ราย โดยจะมีธุรกิจ 3 กลุ่มทั้งธุรกิจเพื่อสุขภาพ ความงาม สปา อาหาร ได้รับความนิยมและติดต่อจากนักธุรกิจต่างชาติขอซื้อแฟรนไชส์ทันที อีก 70% สนใจที่จะลงทุนแต่ต้องใช้เวลาพิจารณา
ทั้งนี้ ในเดือน มิ.ย.นี้ จะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย ลาว และสิงคโปร์ เชื่อมั่นว่าจะได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน โดยจุดเด่นของแฟรนไชส์ไทยที่ได้รับความนิยมจากอาเซียนเพราะมีจุดแข็งด้านบริการที่ลูกค้าต่างยอมรับและชื่นชอบสูงมาก คาดว่าการลงทุนต่างประเทศของแฟรนไชส์ไทยจะเติบโตสูงต่อเนื่อง
นายสวาสดิ์ กล่าวว่า แฟรนไชส์ที่สามารถลงทุนในต่างประเทศได้นั้น จะต้องมีความแข็งแกร่งธุรกิจในประเทศก่อนออกไปลงทุนในต่างประเทศ มีความพร้อมของบุคลากร ทั้งด้านภาษาและการอบรมให้แก่พนักงานที่สามารถไปทำงานในต่างประเทศได้ รวมถึงต้องร่างสัญญาให้ถูกต้องและชัดเจน ส่วนจุดอ่อนของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ความสามารถด้านภาษาที่ต้องพัฒนาบุคลากรให้มากขึ้น
สำหรับการแข่งขันแฟรนไชส์ในภูมิภาคอาเซียน พบว่าประเทศที่มีความแข็งแกร่งด้านแฟรนไชส์สูงสุดคือ สิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากในประเทศดังกล่าวมีกฎหมายแฟรนไชส์โดยเฉพาะที่คุ้มครองผู้ทำธุรกิจและเจ้าของธุรกิจ แตกต่างจากประเทศไทยไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์ ทำให้เกิดปัญหาและช่องว่างทางกฎหมายของผู้ทำธุรกิจแต่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม ถือว่าไทยเป็นผู้นำในธุรกิจแฟรนไชส์ประเทศดังกล่าว
“สมาคมพยายามผลักดันกฎหมายแฟรนไชส์มาหลายปีแล้ว เพื่อให้มีกฎหมายแฟรนไชส์ไทยที่คุ้มครองเจ้าของธุรกิจและคนซื้อแฟรนไชส์ หรือแฟรนไชซี เพราะเมื่อเกิดการฟ้องร้อง ต้องใช้เวลาพิจารณานาน เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองผู้ลงทุนทำธุรกิจ แต่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวอยู่ที่การพิจารณาของ กฤษฎีกา ซึ่งหากกฎหมายออกมาใช้ก็จะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งประเทศ” นายสวาสดิ์ กล่าว
ด้านภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยพบว่า มีผู้ประกอบการรายใหม่ สนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์มากขึ้น และบางรายก็เปิดธุรกิจใหม่ เนื่องจากคนรุ่นใหม่สนใจเป็นเจ้าของธุรกิจเพิ่มขึ้น และไม่ต้องการทำงานประจำ โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยจำนวน 400 ราย และเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพไปลงทุนในต่างประเทศราว 100 บริษัท







