posttoday
สู้ไม่สู้

สู้ไม่สู้

31 พฤษภาคม 2556

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ปัญหาของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี จะทยอยปูดออกมาเรื่อยๆ

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ปัญหาของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี จะทยอยปูดออกมาเรื่อยๆ แม้ไตรมาสแรกความเดือดร้อนที่เกิดจากผลกระทบเรื่องการขึ้นค่าแรงจะยังไม่ชัดเจนนัก

ช่วงแรกผู้ประกอบการไม่ได้ลุกขึ้นมาสะท้อนปัญหามากนัก จึงดูเหมือนว่าการปรับขึ้นค่าแรงไม่ส่งผลกระทบ แต่เมื่อเจอกับเรื่องเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาที่สะสมจึงปะทุ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมออกมาเปิดเผยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 3,000 ราย จากจำนวนเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 3 ล้านราย เข้ามาขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาใหญ่ของเอสเอ็มอีคือ เรื่องการขาดสภาพคล่องจากการทำธุรกิจ

ปัญหาการขาดสภาพคล่องเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กประเมินแล้วว่าจะเกิดขึ้น เพราะการขึ้นค่าแรงเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการต้องแบกรับ ขณะที่ช่องทางการหารายได้เพิ่มยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากตลาดส่งออกหลักยังไม่ฟื้นตัว

เมื่อต้นทุนไม่สัมพันธ์กับรายได้ จึงเกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง และท้ายที่สุดสำหรับผู้ประกอบการที่มีสายป่านไม่ยาวต้องปิดตัวลง

อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเตรียมยื่นขอวงเงินช่วยเหลือเอสเอ็มอีรอบใหม่จากรัฐบาลอีกประมาณ 7,500 ล้านบาท หลังจากวงเงินก้อนแรกจำนวน 7,500 ล้านบาท มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามายื่นขอความช่วยเหลือจนเต็มแล้ว

นี่เป็นการแก้ปัญหาในระยะเบื้องต้น แต่ระยะกลางและในอนาคตต่อไปข้างหน้า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องเร่งปรับตัว กล้าคิด กล้าเปลี่ยนใหม่ เพื่อขยายธุรกิจไปตลาดใหม่ โดยเฉพาะในอาเซียน ซึ่งยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ อย่างที่ย้ำอยู่เสมอว่าผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพเป็นผู้นำธุรกิจในภูมิภาคนี้

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการต้องลุกขึ้นมาปรับตัวเองขนานใหญ่ เสริมศักยภาพทั้งในเรื่องการผลิต ความสามารถของบุคลากรในด้านต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ภาษา การตลาด การบริหารการเงิน และการจัดการความเสี่ยงอย่างองค์กรมืออาชีพ เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่มีเข้ามาอยู่ตลอดเวลา

ผู้ประกอบการอาจต้องใช้เวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีปัญหาเข้ามาหลายด้าน หันกลับมามองตัวเอง วิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อตัดสินใจลุยธุรกิจให้เดินหน้าเติบโตต่อไป หรือแม้แต่รายพิเคราะห์แล้วว่า ธุรกิจอาจจะไปไม่รอดจริงๆ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนธุรกิจใหม่ก็คงต้องทำ

วันนี้ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งสถานการณ์โลกและสิ่งแวดล้อมรอบข้างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันกรมฯ ได้ร่วมมือกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เพื่อให้วงเงินช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอีในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ วงเงินรวม 7.5 พันล้านบาท ซึ่งมีเอสเอ็มอีเข้ามายื่นขอความช่วยเหลือเต็มวงเงินดังกล่าวแล้วในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ กรมฯ เตรียมยื่นขอวงเงินช่วยเหลือรอบใหม่อีกประมาณ 7.5 พันล้านบาท เพื่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินดังกล่าวต่อไป

สำหรับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น มีเอสเอ็มอีส่งออกบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และมีเอสเอ็มที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วย เพราะสามารถนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศในราคาที่ต่ำลง และที่ผ่านมา กรมฯ มีโครงการให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีเร่งเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เพื่อลดต้นทุนจากการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นายมานพ ชิวธนาสุนทร ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมฯ เตรียมจับมือกับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เพื่อทำโครงการให้ความรู้เรื่องการทำประกันความเสี่ยงค่าเงินบาท และให้ความรู้เรื่องค่าเงินบาทแก่เอ็มอี โดยมีแผนให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีจำนวน 5,000 รายในทุกภูมิภาค เริ่มโครงการในเดือน มิ.ย.นี้ ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 23 เดือน ซึ่งเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ไม่ทำความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาท เพราะมองว่าทำให้ต้นทุนจากการทำธุรกิจสูงขึ้น

ทั้งนี้เอสเอ็มอีที่ส่งออกในประเทศมีจำนวนไม่มากนัก หรือมากกว่า 5,000 ราย จากจำนวนเอสเอ็มอีทั้งประเทศที่มีประมาณ 3 ล้านราย โดยเอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่เป็นผู้รับช่วงผลิตให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น ปัญหาหลักของเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้ทั้งเรื่อง ส่งออกจากปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ยอดส่งออกไปตลาดหลักทั้ง สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ชะลอตัวลง

นอกจากนี้ยังประสบปัญหาเรื่องการควบคุมต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมาก และการไปลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพสูงมาก แต่เอสเอ็มอีไทยไม่มีความสามารถเรื่องภาษาต่างประเทศ รวมทั้งการไปลงทุนต่างประเทศต้องร่วมมือไปเป็นเครือข่าย

&<2288;

หากต้องการทำธุรกิจต่อไป ก็ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นแล้วมีโอกาสจะตกขบวนได้ตลอด จะสู้หรือจะยอมแพ้อยู่ที่ตัวคุณเอง

สู้ไม่สู้

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ