posttoday
ซิตี้มองแบงก์ปกติ

ซิตี้มองแบงก์ปกติ

31 พฤษภาคม 2556

แนะนำเลือกซื้อหุ้นธนาคารทหารไทย หุ้นไทยหลุดแนวต้าน1,600จุดอีกรอบ

แนะนำเลือกซื้อหุ้นธนาคารทหารไทย หุ้นไทยหลุดแนวต้าน1,600จุดอีกรอบ

ซิตี้กรุ๊ป ให้น้ำหนักหุ้นธนาคารไทยปกติ แนะซื้อหุ้นแบงก์ทหารไทย ดัชนีหลุด 1,600 จุด อีกรอบ

ซิตี้กรุ๊ปออกบทวิเคราะห์กลยุทธ์ลงทุนในหุ้นธนาคารอาเซียน ในหัวข้อ อะไรจะเกิดขึ้นถ้าดอกเบี้ยสหรัฐเป็นปกติ และแนะนำให้น้ำหนักปกติในหุ้นไทย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ น้ำหนักลงทุนมากกว่าปกติในหุ้นจีน อินเดีย และน้อยกว่าปกติในหุ้นสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์

นอกจากนั้น ยังแนะนำให้เลือกลงทุนสูงสุดสำหรับหุ้นธนาคารทหารไทย (TMB)

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์ดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 2.5% ว่า คาดว่าจะทำให้ดอกเบี้ยยังคงระดับนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2556 และทำให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงที่จะส่งผลกระทบต่อธนาคารโดยรวมไม่มากนัก แต่ธนาคารขนาดเล็กจะได้เปรียบในระยะสั้น ส่วนในระยะยาว ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสาขาและฐานเงินฝากที่แข็งแกร่ง จะมีความได้เปรียบในสภาวะที่มีการแข่งขันด้านเงินฝากเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังคงเลือกให้ธนาคารกรุงไทย (KTB) ราคาเป้าหมาย 37 บาท/หุ้น คิดเป็น 2.2 เท่า ของมูลค่าทางบัญชี ในปี 2557 และน่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นที่แนะนำให้ซื้อลงทุน แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 290 บาท/หุ้น คิดเป็น 1.7 เท่า ของมูลค่าทางบัญชี ในปี 2557 จะได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อวงจรการลงทุนครั้งใหม่ของภาคเอกชน

อีกทั้งธนาคารยังมีความได้เปรียบทั้งด้านแหล่งเงินทุนและฐานเงินทุนอีกด้วย เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับฐานลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อเพื่อการลงทุน โดยหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงเป็นหุ้นที่แนะนำให้ลงทุน เมื่อเทียบกับธนาคารในอาเซียน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในระยะสั้น KTB และ BBL จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ทั้งสองธนาคารยังคงเป็นหุ้นที่เลือกลงทุน จากประโยชน์ที่จะได้รับตามวงจรการลงทุนขาขึ้น ซึ่งมองว่าจะยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส วิเคราะห์ว่าผลการลดดอกเบี้ยคาดว่าจะกระทบบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) น้อยที่สุด เนื่องจากมีสัดส่วนเงินกู้ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวไม่มากนัก ส่วน KTB ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) น่าจะได้รับผลกระทบมากกว่า

ด้านบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 พ.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวนและทรุดตัว โดยเฉพาะช่วงบ่ายจนท้ายตลาด ตามแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากยังขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นการลงทุน รวมถึงเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับลดลง โดยนักลงทุนยังวิตกกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วกว่าที่กำหนดไว้ โดยระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,598.18 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,577.88 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,581.32 จุด ลดลง 20.29 จุด หรือ 1.27% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 57,710.56 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติยังเทขายสุทธิ 3,835 ล้านบาท ตามด้วยบัญชี บล. 592 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศและสถาบันซื้อสุทธิ 2,752 ล้านบาท และ 1,675 ล้านบาท ตามลำดับ

นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) กล่าวว่า การขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน 1.7 หมื่นล้านบาท มองว่าเป็นการซื้อขายปกติ ยังคงไม่มีนัยสำคัญที่บ่งชี้ว่าเป็นการไหลออกของเงิน โดยในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะกลับมามีแรงซื้อเหมือนเดิมอีกครั้ง และแรงขายจากต่างชาติจะไม่ส่งผลต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย เนื่องจากนักลงทุนในประเทศมีกำลังซื้อที่สูงขึ้น สามารถรองรับแรงขายจากต่างชาติได้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน