
ไฟแนนซ์ทูเดย์
....ทีมข่าวการเงิน
...l...สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง แอบเปรยๆ ถึงช่วงเวลาที่เหลือของการทำงานในตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ต.ค. นี้ว่า จะยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักเหมือนเดิม ไม่มีการนับถอยหลังและไม่มีเกียร์ว่างเด็ดขาด
และกะเก็งว่าวันสุดท้ายของการทำงานจะขอทำงานจนถึงเวลา 16.30 น. พอดิบพอดีไม่มีขาดไม่มีเกิน
...l...ส่วนเรื่องที่รัฐบาลจะยุบสภาหรือไม่ ทำให้ปลัดกระทรวงในฐานะ
“แม่บ้าน” ต้องลุกขึ้นมาเป็น “พ่อบ้าน” หัวเรี่ยวหัวแรงแทน รมว.คลัง หรือไม่นั้น ไม่ขอออกความเห็นทุกกรณี...l...ล่าสุดยังมีข่าวลือหนาหูอีกว่า อำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และประธานคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จะข้ามห้วยมานั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังแทนนั้นยังต้องติดตามต่อไป เพราะต้องดูสถานการณ์ทางด้านการเมืองต่อด้วยว่าจะจบมารูปแบบไหน เพราะเรื่องนี้ลือกันมาหลายรอบแล้ว
...l...ว่ากันว่างานสำคัญเรื่องหนึ่งของว่าที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ คือการจัดการเรื่องการรวมบัญชี เพื่อช่วยสางปัญหาเรื่องภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากการที่ ธปท. นำเงิน 1.4 ล้านล้านบาท ไปอุ้มสถาบันการเงินเมื่อครั้งวิกฤตปี 2540... ซึ่งทำให้กระทรวงการคลังต้องรับภาระใช้หนี้แทน
หากนับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา กระทรวงการคลังนำเงินภาษีของประชาชนโดยตัดจ่ายจากงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยในหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯ ไปแล้วทั้งสิ้น 4.5 แสนล้านบาท แต่ยอดหนี้ลดไม่ถึง 4 หมื่นล้านบาท ถ้าเป็นชาวบ้านเขาเรียกว่า หนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
...l...วงเงินจำนวนมากมายมหาศาลปีละ 56 หมื่นล้านบาท ที่ต้องจัดสรรไปจ่ายดอกเบี้ยนั้น ถือเป็นภาระที่หนักหน่วงของรัฐบาล เพราะจะทำให้งบลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติเหลือน้อยใกล้เต็มเพดานไปทุกที
...l...นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานกรรมการ ธปท. เข้าทาบทาม ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการธนาคาร กสิกรไทย เข้ามานั่งตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. เพราะเชื่อว่าความที่เคยเป็น
“ลูกหม้อเก่า” ของ ธปท. และจากประสบการณ์ในการทำงานในองค์กรเอกชน จะทำให้ “ประสาร” มีความเข้าใจเรื่องภาระหนี้สินจำนวนมหาศาลที่รัฐบาลต้องแบกรับได้ดี หากเลือกดึงคนในเข้ามาบริหาร ธปท. อีก ก็เชื่อแน่ว่าปัญหานี้จะไม่ได้รับการสะสางเพื่อการตัดสินใจแบบรัฐกับเอกชนนั้นมีมุมมองและการอรรถาธิบายที่แตกต่างกัน






