
รถติด
จอดแน่นิ่งบนถนน (รวมถึงบนทางด่วน) เป็นชั่วโมง!!!
จอดแน่นิ่งบนถนน (รวมถึงบนทางด่วน) เป็นชั่วโมง!!!
ผมเชื่อว่าทุกท่านน่าจะรับรู้ได้พร้อมกันว่าขณะนี้เข้าสู่ช่วงเปิดเทอมแล้ว แม้บางท่านอาจจะไม่ได้มีลูกมีหลานกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนก็ตาม เพราะสถานการณ์รถติดบนท้องถนนนานเป็นชั่วโมงเป็นสัญญาณฟ้องอันแสนจะเด่นชัด
พูดเรื่อง “รถติด” อยากจะขอพาทุกท่านไปดูรายงานสุดยอดเมืองรถติดระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับจากสำนักข่าว BBC เมื่อปีที่แล้ว รายงานดังกล่าวได้รายงานสภาพการจราจรติดขัดโดยประมาณของเมือง 10 เมืองทั่วโลก แน่นอนครับว่า กรุงเทพฯ ของเราติดโผอย่างไม่ต้องสงสัย
ดีใจกันมั้ยครับ (ฮา)
เรื่องที่น่าสนใจกว่ากรุงเทพฯ ติดโผ คือ 10 เมืองที่สำนักข่าว BBC รายงานวนเวียนอยู่ตามเมืองสำคัญของประเทศในเอเชีย 6 ประเทศ และที่สำคัญไปกว่านั้น 3 ใน 6 คือเมืองในอาเซียน ซึ่งนอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ประกอบด้วย กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย และกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์
สถานการณ์นี้ไม่มีใครคิดจะน้อยหน้าใคร ผู้สื่อข่าวชาวไทยของ BBC รายงานว่า กรุงเทพฯ รถติดเกือบ 2 ชั่วโมง เคลื่อนตัวไปได้กิโลเมตรเดียว ขณะที่ในกรุงจาการ์ตานั้นใช้เวลา 30 นาที เคลื่อนตัวไปได้ 2 กิโลเมตร สาเหตุความเลวร้ายคือ ไม่ค่อยมีช่องทางการโดยสารสาธารณะให้เลือกมากนัก แถมเลนถนนยังแคบนิดเดียว
สำหรับที่กรุงมะนิลาเคยมีสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเมื่อราว 10 ปีก่อน ผู้สื่อข่าวชาวฟิลิปปินส์ใช้เวลาเดินทางกลับบ้านตัวเองตั้งแต่ 5 โมงครึ่ง แต่ถึงบ้านตอนตี 1 ครึ่ง หรือใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อมีนโยบายสั่งห้ามรถวิ่งในบางวัน เช่น ถ้าเลขทะเบียนลงท้ายด้วยเลข 1 หรือ 2 ห้ามวิ่งในวันจันทร์
แต่สถานการณ์จะกลับมาเลวร้ายทุกวันเสาร์อาทิตย์ วันที่เปิดให้รถทุกคันวิ่งตามสบายชนิด “ฟรีเดย์”
ความเลวร้ายของสถานการณ์บนท้องถนน ส่วนหนึ่งมาจากตัวผู้ใช้อย่างเราๆ ที่มีค่านิยมต้อง “มีรถ” จนไปๆ มาๆ เกิดอาการ “ติดรถ” เลยมีรถจำนวนมากมาติดเล่นบนถนน ส่วนหนึ่งมาจากช่องทางโดยสารสาธารณะที่ไม่ค่อยมีให้เลือก เช่น ในอินโดนีเซีย สุดท้ายคือโครงสร้างผังการจราจรของประเทศในอาเซียน ที่ไม่ได้ออกแบบหรือมีการขยาย การปรับปรุงเพื่อรองรับปริมาณรถมหาศาลที่เกิดขึ้นในแต่ละเมือง
การปล่อยให้ผู้คนในอาเซียนผจญกับรถติดวันละไม่ต่ำกว่า 23 ชั่วโมงบนท้องถนน เป็นการบั่นทอนคุณภาพชีวิต คุณภาพสังคมลงอย่างร้ายแรง
ลองคิดเล่นๆ ว่า ถ้าเราทำงานวันละ 9 ชั่วโมง (รวมพักกลางวัน) นอนอีกวันละ 7 ชั่วโมง ทานข้าวมื้ออื่นรวมอาบน้ำอีก 3 ชั่วโมง รถติดบนท้องถนนอีก 3 ชั่วโมง เราจะเหลือเวลาทำเรื่องอื่นๆ เพียงวันละ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเผลอๆ จะต้องใช้ทำงานบ้าน ซักผ้า รีดผ้า สารพัดสารเพ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจราจรของอาเซียนทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค ควรกลับมาพิจารณาหาทางออกอย่างเร่งด่วน แนวทางที่ฟิลิปปินส์ทำอาจเป็นทางแก้ระยะสั้น ช่วยบรรเทาปัญหา แต่ไม่ได้คลายสถานการณ์ระยะยาว ต้องกลับไปแก้ตั้งแต่โครงสร้างการใช้รถของประชากร โครงสร้างบริการโดยสารสาธารณะ ไปจนโครงสร้างถนน
โดยเฉพาะประเทศไทย ถ้าอยากจะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน แต่รถยังต้องมาติดในกรุงเทพฯ ประโยชน์ด้านโลจิสติกส์ของเรา คงได้ใช้เพื่อเป็นเพียงทางผ่านรถไฟรางคู่ไปยังประเทศอื่นๆ เท่านั้น







