
โต้งแนะรับสภาพค่าครองชีพสูง
"โต้ง"เตือนเตรียมรับสภาพค่าครองชีพสูง ชี้รัฐจำเป็นต้องลดการอุดหนุนบางรายการเพื่อสะท้อนต้นทุนแท้จริง "ทนุศักดิ์"ยันขึ้นภาษีดีเซลไม่กระทบราคาน้ำมัน
"โต้ง"เตือนเตรียมรับสภาพค่าครองชีพสูง ชี้รัฐจำเป็นต้องลดการอุดหนุนบางรายการเพื่อสะท้อนต้นทุนแท้จริง "ทนุศักดิ์"ยันขึ้นภาษีดีเซลไม่กระทบราคาน้ำมัน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวชี้แจงระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2557 ว่า ยอมรับว่าแนวคิดของรัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาลในอดีตไม่ตรงกันจริง แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีวินัยการเงินการคลังที่เข้มแข็งเพื่อไม่ให้มีหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ต่อจีดีพี โดยยอมรับว่าหนี้ครัวเรือนต่อรายได้เพิ่มสูงขึ้นจริงจาก0.74%เป็น 0.82 % แต่ถ้ามองย้อนกลับไปทุกปีก็พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาตลอดตั้งแต่ปี 2551 อยู่ที่ 0.58% ปี2552 ขึ้นเป็น 0.65% ปี2553 เพิ่ม 0.67% ปี2554 อยู่ 0.74% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนครั้งล่าสุดเป็นหนี้เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สำคัญของชีวิต คือ บ้านและรถยนต์ ซึ่งทรัพย์สินส่วนนี้จะช่วยให้ประชาชนได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ส่วนการประเมินรายได้ของรัฐที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1.7 แสนล้านบาทนั้น ไม่ได้เป็นตัวเลขที่แสดงนัยยะในการจะจัดเก็บภาษีของประชาชนเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่การเพิ่มมาตรการภาษีบางประการ ก็เพื่อประโยชน์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น การเพิ่มภาษีสรรพสามิตบางประเภท ก็เพื่อให้ประชาชนลดการบริโภค
รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะที่ปัญหาค่าครองชีพส่วนเรื่องราคาน้ำมันดีเซลในช่วงที่ผ่านมาเราได้ดูแลให้ราคาขายปลีกมีเสถียรภาพอย่างดี และผู้ประกอบการภาคขนส่งมีความมั่นใจจนกำหนดอัตราค่าบริการต่างๆที่มีเสถียรภาพที่ดีได้ การดำเนินการในส่วนนี้เราได้ดูแลให้กองทุนน้ำมันอยู่ในภาวะที่มีเสถียรภาพที่ดี แน่นอนว่าในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นนั้นถ้ารัฐบาลจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกราคาก็อาจจะทะยานขึ้นไปเพราะจะกระทบต่อสินค้าที่อาจสูงขึ้น เช่นเดียวกับราคาก๊าซหุงต้ม สาเหตุที่รัฐบาลอาจลดการอุดหนุนก็เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงต้นทุนที่แท้จริง
"ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการทอดทิ้งประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่ต้องการให้ตระหนักถึงภาวะต้นทุนและเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามแม้จะมีค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตามภาวะเงินเฟ้อแต่รัฐบาลก็มีนโยบายการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนควบคู่กันไปด้วย"นายกิตติรัตน์ กล่าว
รมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่รัฐบาลไม่ได้จัดงบประมาณอุดหนุนเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) ในงบประมาณประจำปี 2557 เพราะเห็นว่าปัจจุบันมีกฎหมายตามพ.ร.บ. กองทุนประกันสังคม มาตรา 40 ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบของภาครัฐ และเอกชน สามารถส่งเงินสมทบร่วมกับภาครัฐได้ เพียงแต่ปัจจุบันมีสมาชิกเพียง 1.2 ล้านคน ทำให้รัฐบาลต้องมีมาตรการระยะยาวเพื่อจูงใจต่อไป ดังนั้น การไม่ส่งเงินให้กอช.นั้นไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะละเลยไม่ให้ความสำคัญกับการออมของประชาชนผ่านกอช.แต่เล็งเห็นว่าหากจะดำเนินการเรื่องใหม่แล้ว ควรต้องมีการสะสางปัญหาก่อน ซึ่งปัจจุบันมีให้เห็นอยู่ในการบริการงานของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)
นายกิติรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ มียุทธศาสตร์ ที่จะลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนระบบการจัดเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้าง แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะประวิงเวลา ซึ่งปัจจุบันการจัดเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้างก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว ในอัตรา 12.5 % จากรายได้ของค่าเช่าในกรณีที่เจ้าของที่ดินได้ให้ผู้อื่นเช่าและแสวงหารายได้ ส่วนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจหาที่ดินรกร้างว่างเปล่าและนำมาปรับปรุงให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์และปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ เพื่อให้เกิดรายได้กับรัฐและเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุน โดยไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์กับนายทุนรายใหญ่แต่อย่างใด
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการตั้งงบประมาณให้กับนโยบายรถคันแรก ตามปีงบประมาณ 2557 ไม่ได้เป็นการนำเงินภาษีประชาชนที่ไม่ได้ซื้อรถคันแรกมาจัดสรรให้คนซื้อรถคันแรกตามนโยบายรัฐบาล เพราะเงินในส่วนนี้เป็นเงินที่รัฐบาลได้จัดเก็บมาจากผู้ซื้อรถแต่แรกอยู่แล้วจากภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตและนำมามาจ่ายให้กับผู้ซื้อรถคันแรกได้รับตามสิทธิ์หลังจากครอบครองรถยนต์มา 1 ปีเท่านั้น ไม่ได้ไปหยิบยืมจากเงินภาษีและเงินคงคลัง
ด้านนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวเสริมในประเด็นการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล 1.50 บาทต่อลิตรว่า รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นจริงในเดือนต.ค.จริง แต่ไม่ใช่การขึ้นราคาน้ำมัน เพราะประชาชนยังสามารถใช้น้ำมันในราคาไม่เกินลิตรละ 30 บาท และปัจจุบันสถานะกองทุนน้ำมันพ้นจากการติดลบแล้ว โดยในอีก 4 เดือนนับจากนี้จะมีเงินไหลเข้ากองทุนมาตลอดในอัตรามากกว่าลิตรละ 1.50 บาท ดังนั้น การเก็บภาษีน้ำมัน 1.50 บาทจะเกิดประโยชน์ 3 ฝ่าย คือ 1.รัฐบาลได้ภาษีเพิ่มขึ้น 2.สามารถจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันได้มากขึ้น 3.ประชาชนได้ใช้น้ำมันดีเซลในราคาลิตรละไม่เกิน 30 บาท
"รถคันแรกรัฐบาลจ่ายคืนเฉพาะภาษีสรรพสามิตเท่านั้นแต่ภาษีอื่นๆที่เกี่ยวกับรถรัฐบาลไม่ได้ยกเว้นให้ และการทิ้งใบจองที่เกิดขึ้นถือเป็นปกติโดยได้สอบถามบริษัทสินเชื่อรถยนต์แล้วพบว่าโดยปกติจะมีการทิ้งใบจองในระดับ 20-30%อยู่แล้ว จึงไม่เกี่ยวข้องกับระบบของราชการ อย่างไรก็ตาม ณ ข้อมูลของผู้ที่ครอบครองรถแล้วยังไม่มีสัญญาณที่แสดงว่าจะไม่ส่งเงินตามงวด" นายทนุศักดิ์ กล่าว







