
เอชเอสบีซีหั่นจีดีพี
ปรับจาก6.8%เหลือ5%เชื่อลดดอก0.25%
ปรับจาก6.8%เหลือ5%เชื่อลดดอก0.25%
“ฮ่องกงแบงก์” ปรับลดจีดีพีไทยลงจาก 6.8% เหลือ 5% หลังการบริโภคทรุด คาด กนง.หั่นดอก 0.25%
น.ส.ซูเซียนลิม นักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคอาเซียน ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงเหลือ 5% จากคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 6.8% หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกออกมาต่ำกว่าคาด โดยขยายตัวได้เพียง 5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหดตัวลงถึง 2.2% จากไตรมาสก่อน
ข้อมูลที่ออกมา สะท้อนให้เห็นภาพการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง ทั้งการใช้จ่ายเพื่อบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังเชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ลดลงในไตรมาสแรก ยังไม่น่าจะมีผลกระทบที่รุนแรงมากต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี เนื่องจากตัวเลขการส่งออกและนำเข้าไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่คาดไว้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ยังอยู่ในระดับสูง ความต้องการแรงงานในตลาดยังเพิ่มขึ้น รวมทั้งการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะมีผลในปีนี้
เอชเอสบีซี เชื่อว่า การใช้จ่ายของภาครัฐน่าจะทยอยเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปี จากการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในปีนี้ราว 6 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 0.5% ของจีดีพี รวมทั้งการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อปรับปรุงการขนส่งระบบรางที่จะเริ่มในปลายปีนี้เช่นกัน
น.ส.ซูเซียนลิม กล่าวว่า ธนาคารประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ จะมีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.5% หลังจากได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากกระทรวงการคลัง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในเป้าหมาย และหากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมลดดอกเบี้ยและเงินบาทกลับไปแข็งค่าอีกครั้ง จะโทษว่า ธปท.นิ่งเฉยต่อการแก้ปัญหาไม่ได้
ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 28 พ.ค. อ่อนค่าลงมาที่ 30.02/04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







