
ททท.เร่งดึงลองสเตย์แดนซามูไร
ปัจจุบันประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ต่างเปิดศึกกลยุทธ์อย่างหลากหลายและดุเดือด
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
ปัจจุบันประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ต่างเปิดศึกกลยุทธ์อย่างหลากหลายและดุเดือด เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป้าหมายเพื่อช่วงชิงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศกันอย่างคึกคัก หลังจาก 23 ปีที่ผ่านมา ประเทศในอาเซียนต่างให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และมีการดึงนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มเข้าประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและสามารถเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่จำกัดฤดูกาล เช่น กลุ่มวัยเกษียณจากประเทศญี่ปุ่น ที่นิยมเดินทางและเข้าพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ในต่างประเทศปีละหลายเดือนติดต่อกัน
โดย สรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เล่าว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มเกษียณอายุของประเทศญี่ปุ่น เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เพราะได้รับงบช่วยเหลือจากภาครัฐจำนวนมากในแต่ละปี โดยพบว่าประชากรกลุ่มผู้สูงวัยและเกษียณอายุประเทศญี่ปุ่นมีกว่า 20 ล้านคน ในจำนวนนี้นิยมเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนแบบลองสเตย์ปีละหลายแสนคน แต่ที่เลือกเดินทางมาไทยมีเพียงปีละ 4.9 หมื่นคน ซึ่งหากมีแผนส่งเสริมการเดินทางระดับรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกันอย่างจริงจัง จะสามารถผลักดันให้ตลาดลองสเตย์ญี่ปุ่นเดินทางมาไทยเติบโตปีละกว่า 20%
ทั้งนี้ ททท.ได้ร่วมกับประธานมูลนิธิส่งเสริมการพำนักระยะยาวประเทศญี่ปุ่น เสนอมาตรการส่งเสริมนักท่องเที่ยวกลุ่มเกษียณต่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวเดินทางมาลองสเตย์ในประเทศไทยอย่างจริงจัง รวมถึงรับมือการแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย ที่ปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มลองสเตย์ โดยประกาศขยายระยะเวลามัลติเพิลวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นระยะเวลา 10 ปี โดยคนญี่ปุ่นขอวีซ่า 1 ครั้ง สามารถเดินทางเข้าออกมาเลเซียได้ยาว 10 ปี ซึ่งถือเป็นจุดขายที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจนี้
ททท.เสนอว่า รัฐบาลไทยควรยืดระยะเวลามัลติเพิลวีซ่าตลาดญี่ปุ่นอย่างน้อย 35 ปี เพื่อสร้างจุดขายให้กับประเทศไทย และจูงใจให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น การส่งเสริมอย่างจริงจังคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวลองสเตย์ตลาดญี่ปุ่นปีนี้เติบโต 20% หรือกว่า 6 หมื่นคน
“กลุ่มวัยเกษียณนิยมออกนอกประเทศตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เพราะการอยู่ต่างประเทศจะช่วยลดค่าครองชีพในบางส่วน ขณะที่ประเทศไทยมีความหลากหลายสินค้าทางการท่องเที่ยวที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบเป็นทุนเดิม หากมีการส่งเสริมที่ดีเชื่อว่าตลาดนี้จะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด” สรรเสริญ กล่าว
นอกจากนี้ จุดแข็งของประเทศไทย คือ เป็นเมืองที่มีความอบอุ่นตลอดทั้งปี มีค่าครองชีพถูกกว่า มีความพร้อมด้านสถานที่พัก โรงแรม การบริการด้านสาธารณสุขที่ทันสมัย รองรับอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มเกษียณอายุ สามารถรับการบริการได้ทันท่วงทีกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มลองสเตย์มีวันพักเฉลี่ย 23 เดือน/ทริป มีการใช้จ่ายมากกว่า 1 แสนบาท/ทริป
สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ททท.ได้ร่วมมือกับเอกชนท่องเที่ยว นำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับตลาดญี่ปุ่น เช่น เส้นทาง จ.กาญจนบุรี นครราชสีมา หัวหิน ชะอำ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว จากเดิมคนญี่ปุ่นเน้นการพำนักที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมถึงการร่วมกับผู้ประกอบการจัดทำกิจกรรมท่องเที่ยวแบบอาสาสมัคร เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม
สำหรับภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากประเทศญี่ปุ่น พบว่าการที่อัตราค่าเงินเยนอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเงินบาท ไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาประเทศไทย โดยตลอดปีนี้คาดว่าคนญี่ปุ่นจะเดินทางมาไทยประมาณ 1.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา







