
ไปรษณีย์ไทย
คนไทยได้เห็นรูปแบบบริการไปรษณีย์แบบใหม่จากคนยุโรปที่เข้ามาอยู่ในสยาม โดยเฉพาะสมัยปลายรัชกาลที่ 4 เราได้เห็นคนอังกฤษส่งจดหมายกลับไปยังประเทศของตน โดยการเขียนจดหมายผนึกใส่ซองแล้วไปส่งที่ตึกยามหลังกงสุลอังกฤษ ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
คนไทยได้เห็นรูปแบบบริการไปรษณีย์แบบใหม่จากคนยุโรปที่เข้ามาอยู่ในสยาม โดยเฉพาะสมัยปลายรัชกาลที่ 4 เราได้เห็นคนอังกฤษส่งจดหมายกลับไปยังประเทศของตน โดยการเขียนจดหมายผนึกใส่ซองแล้วไปส่งที่ตึกยามหลังกงสุลอังกฤษ ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ค่าบริการส่งจดหมายกำกับไว้ด้วยการติดแสตมป์ของสหพันธรัฐมลายาและอินเดีย (ในสแสตมป์มีตัวอักษร Bบางกอก) จากนั้นจดหมายจะถูกฝากเรือค้าขายของอังกฤษไปประทับตราที่สิงคโปร์ แล้วจึงเดินทางไปอังกฤษและยุโรป
กิจการไปรษณีย์ของไทยมีพัฒนาการมายาวนานกว่า 100 ปี หลังจากกำเนิดกิจการขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 และขยายพื้นที่ให้บริการออกไปเรื่อยๆ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดใกล้เคียง สอดคล้องกับระบบโลจิสติกส์สมัยนั้น คือรถไฟและถนนไปยังมณฑลเทศาภิบาลต่างๆ
การไปรษณีย์แบบใหม่ คือ การสื่อสารที่เพิ่งจัดเป็นบริการขึ้นมาเมื่อราว 300 ปีมานี่เอง และต้องยอมรับนะคะว่าไปรษณีย์ที่เป็นต้นแบบสากลนั้นคือไปรษณีย์ในยุโรป เนื่องจากพื้นที่ในยุโรปมีการกระจายตัวของชุมชนเกี่ยวพันทางรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจค่อนข้างสูง คนยุโรปพยายามดิ้นรนและค้นหาวิธีการสื่อสารที่รวดเร็วขึ้นให้มากที่สุด
พัฒนาการของการสื่อสารที่ทำให้คนเห็นคุณค่ามาก โดยเฉพาะกองทัพของประเทศต่างๆ และพวกยิวที่ค้าเงินที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วยุโรปนี่แหละค่ะ
พวกกองทัพต้องการการสื่อสารที่รวดเร็ว เพราะต้องการอยู่ในฐานะที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้ในการทำสงคราม ส่วนพวกยิวไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าข่าวสารที่ส่งผลโดยตรงกับการค้าเงินของตน
คนยุโรปได้เรียนรู้ภายหลังว่าพวกยิวที่อยู่ทั่วยุโรปนั้น เป็นพวกสร้างระบบการสื่อสารที่เยี่ยมยอด ไม่ว่าพวกยิวจะอยู่ที่ใดในยุโรปก็สามารถรู้เรื่องราวที่มีผลต่อการค้าเงินของพวกตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สงครามครั้งสุดท้ายของนโปเลียนที่วอเตอร์ลูในเดือน มิ.ย. ค.ศ. 1815 ขณะนั้นหุ้นในลอนดอนมีราคาต่ำและไม่มีใครอยากซื้อ เพราะเกรงว่าเวลลิงตันของอังกฤษรบแพ้นโปเลียนของฝรั่งเศส
หากรบแพ้... หุ้นก็จะไม่เหลือราคาสักตัวเดียว
แต่ท่านผู้อ่านคะ ในเวลาที่กำลังเคร่งเครียดและตลาดหุ้นกำลังจะวายวอดนั้น อยู่ดีๆ ก็มีคนเข้าไปช้อนซื้อหุ้นตัวสำคัญๆ ไว้หมด
คนที่เข้าไปช้อนซื้อหุ้นนั้นคือพวกยิวค่ะ...
เอ อยู่ดีๆ พวกยิวคงไม่ช้อนซื้อหุ้นพวกนั้นอย่างไม่มีเหตุผลหรอกนะคะ
แต่วันถัดมา...คนอังกฤษก็ได้ทราบข่าวว่า นายพลเวลลิงตันรบชนะจักรพรรดินโปเลียน ราคาหุ้นทุกตัวก็กระโดดขึ้นกระฉูดถ้วนหน้า จึงรู้กันว่าพวกยิวต้องรู้ว่าอังกฤษรบชนะฝรั่งเศสก่อนคนอื่นๆ จึงไปซื้อหุ้นไว้หมด
เอ พวกยิวรู้ข่าวการชนะของอังกฤษได้ก่อนคนอังกฤษเจ้าของประเทศได้อย่างไร
พวกยิวรู้โดยระบบไปรษณีย์ของพวกตนค่ะ
อุปกรณ์และวิธีสื่อสารที่พวกยิวนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือนกพิราบ และพวกยิวจะมีเครือข่ายของพวกตนทั่วยุโรป รับผิดชอบในการแจ้งความเคลื่อนไหวทางการเงินเพื่อประโยชน์ในการค้าเงิน
พวกยิวที่อยู่ในเบลเยียมจะเฝ้าติดตามการเปิดฉากบุกยุโรประลอกใหม่ในพื้นที่เบลเยียมอย่างตาไม่กะพริบ และส่งข่าวสารความเคลื่อนไหวในสงครามด้วยการผูกข่าวติดไปกับขานกพิราบเพื่อแจ้งให้พวกยิวด้วยกันในยุโรปตามแหล่งต่างๆ ทราบ
นกพิราบของยิวบินนำข่าวกองทัพอังกฤษรบชนะฝรั่งเศสมาถึงอังกฤษก่อนกองทัพอังกฤษจะส่งข่าวมาเสียอีก
นี่แหละค่ะคือบางตัวอย่างและบางเหตุผลที่หลายประเทศในยุโรปได้เรียนรู้อีกครั้งเรื่องความมั่นคง และเป็นหตุผลหนึ่งที่กระตุ้นให้คนอังกฤษเห็นคุณค่าของการจัดระบบการสื่อสารในประเทศ และส่งผลมาถึงระบบไปรษณีย์ของตน รวมถึงระบบไปรษณีย์โพ้นทะเลจากพื้นที่อาณานิคม
และส่งผลมาถึงการเกิดระบบไปรษณีย์ของไทยด้วย...
(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)







