
โกลเด้น ครัสท์ อาหารแคริบเบียนสู่สหรัฐ
เส้นทางการทำธุรกิจสำหรับผู้อพยพมาจากต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางภาษา
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
เส้นทางการทำธุรกิจสำหรับผู้อพยพมาจากต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรม และรสนิยม อาจทำให้เหล่าผู้อพยพหลายคนไม่คิดที่จะเปิดธุรกิจที่เป็นของตนเอง ยิ่งเฉพาะในสหรัฐที่ตลาดใหญ่และมีการแข่งขันกันสูง
แต่ทว่าความคิดนี้กลับไม่สามารถใช้ได้กับ “โลเวลล์ ฮาวธอร์น” ชาวจาเมกา ที่ได้อพยพมาอยู่ที่นิวยอร์กในสหรัฐพร้อมกับครอบครัว โดยฮาวธอร์นเติบโตมาในครอบครัวที่ทำเบเกอรี่ จึงปรึกษาสมาชิกในครอบครัวว่า สนใจที่จะทำร้านเบเกอรี่สไตล์แคริบเบียน โดยได้ตั้งชื่อธุรกิจว่า “โกลเด้น ครัสท์” และจะผลิตขนมพายเป็นหลัก
“มันเป็นแนวคิดที่ธรรมดาและเรียบง่ายมากที่จะนำร้านเบเกอรี่ของพ่อมาทำ และทำเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของคนจาเมกา” ฮาวธอร์น กล่าวพร้อมเล่าว่า ในการเริ่มต้นธุรกิจนั้นธนาคารของสหรัฐไม่ยอมให้สินเชื่อ ทำให้ต้องจำนองบ้านเพื่อนำเงินมาตั้งธุรกิจจำนวน 1.07 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3.21 ล้านบาท) ในปี 2532
แน่นอนว่า การเริ่มต้นธุรกิจของผู้อพยพนั้นใช่ว่าจะราบรื่น เพราะความไม่เข้าใจระบบทำให้เป็นปัญหา เช่น เรื่องกฎจำนวนมากในการผลิตอาหารในมหานครนิวยอร์ก รวมไปถึงต้องเจอกับกลุ่มมาเฟียเก็บขยะ
“ในทีแรก แก๊งมาเฟียเก็บเงินพวกเรา 250 เหรียญสหรัฐ (ราว 7,500 บาท) ต่อสัปดาห์ แต่ภายใน 23 เดือนต่อมา กลับเก็บถึง 7,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 แสนบาท) จนสุดท้ายเราตัดสินใจไม่จ่าย พวกเขาก็ทำลายถังขยะหน้าร้านของเรา” ผู้ก่อตั้งโกลเด้น ครัสท์ กล่าว ก่อนจะเล่าว่าต่อมาก็สามารถหาที่ตั้งร้านใหม่ได้
หลังจากผ่านอุปสรรคมาแล้ว สัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ก็คือ ธุรกิจสามารถทำรายได้มากถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 30 ล้านบาท) หลังก่อตั้งเพียง 1 ปี และในปี 2539 โกลเด้น ครัสท์ก็สามารถเปิดร้านได้ถึง 17 สาขาใน 3 รัฐ
ต่อมา ฮาวธอร์นเริ่มคิดว่าจะขยายธุรกิจด้วยการทำเป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารด้วย แต่ยังเล็งเห็นว่า เพียงแค่ขนมพายอาจจะไม่สามารถทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ จึงได้เพิ่มรายการอาหารสไตล์จาเมกาเข้าไปใน เช่น ไก่สะบัด แกงกะหรี่แพะ ผลอัคคีและปลาเค็ม หางวัวเคี่ยว และแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้ก็คือ ขนมพายไส้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไส้เนื้อวัว ไส้ไก่ ไส้กุ้ง และไส้ผัก
จนถึงปัจจุบัน โกลเด้น ครัสท์ เป็นทั้งร้านอาหารแฟรนไชส์สไตล์แคริบเบียนที่มีสาขามากกว่า 120 สาขา ใน 9 รัฐของสหรัฐ และยังได้ชื่อว่าเป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารแคริบเบียนอันดับ 1 ของสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังส่งขนมพายแคริบเบียนแช่แข็งไปให้ร้านค้าปลีกต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย โดยธุรกิจมีรายได้จากการขายแฟรนไชส์และส่งสินค้าสูงกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท) ต่อปีเลยทีเดียว
โกลเด้น ครัสท์ เติบโตจนเรียกได้ว่า ขยายไปหลายพื้นที่ในสหรัฐ และชาวนิวยอร์กทุกคนต้องรู้จัก แต่ทว่า ฮาวธอร์นก็ยังคงต้องตื่นเช้าทุกวันเพื่อชิมขนมพายก่อนที่จะส่งออกไปขายตามร้านขายปลีกต่างๆ พร้อมทั้งยังคงเลือกใช้วัตถุดิบที่นำเข้ามาจากจาเมกา
“เราพยายามคงสูตรอาหารทุกอย่างไว้ให้ได้มากที่สุด มีเพียงแต่ขนมพายเท่านั้นที่ขนมปังที่ใช้จะไม่แข็งเท่าที่จาเมกา แต่เราไม่ได้ลดคุณภาพของอาหารลง เรานำพริกไทย เครื่องเทศ และหัวหอมมาจากจาเมกา ก็เพื่อให้ชาวนาชาวจาเมกาได้ประโยชน์จากความสำเร็จของเราด้วย” ฮาวธอร์น กล่าว
แม้จะเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับชาวจาเมกาผู้อพยพที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาอย่างยาวนาน แต่ฮาวธอร์นก็ยังไม่หยุดอยู่ที่ความสำเร็จในปัจจุบัน เพราะอยากจะให้อาหารแคริบเบียนเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
“ทำให้อาหารแคริบเบียนเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมทั่วโลกภายในปี 2563” ฮาวธอร์น กล่าวทิ้งท้าย







