
‘ใบโพธิ์’โวสินเชื่อเอสเอ็มอีโตสวนตลาด
ไทยพาณิชย์คุยสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโตได้ 20% สวนทางตลาด ลุยเทรดไฟแนนซ์เพิ่มเป็น 12% ใน 3 ปี
ไทยพาณิชย์คุยสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโตได้ 20% สวนทางตลาด ลุยเทรดไฟแนนซ์เพิ่มเป็น 12% ใน 3 ปี
นายศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีในช่วง 4 เดือนแรกของธนาคารยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 20% โดยมีฐานสินเชื่อเพิ่มขึ้นราว 2 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 3.4 แสนล้านบาท แม้ว่าภาพรวมสินเชื่อเอสเอ็มอีในตลาดจะเติบโตได้ต่ำกว่าคาด จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ทำให้การส่งออกหดตัวและการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มชะลอตัว
“แม้สภาพัฒน์จะมีการปรับลดจีดีพีแต่เราเชื่อว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีในปีนี้จะยังโตได้ตามเป้าที่ 20% จากกลยุทธ์รุกตลาดลูกค้าธุรกิจขนาดกลาง อย่างไรก็ตาม เราคงต้องติดตามดูภาวะการบริโภคที่เริ่มชะลอด้วย เพราะเรื่องนี้จะกระทบต่อภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีค่อนข้างมาก” นายศิริชัย กล่าว
นายศิริชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ภาพรวมสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารยังเติบโตได้ดีนั้น เป็นผลมาจากการเติบโตในกลุ่มลูกค้าขนาดกลางที่มียอดขายตั้งแต่ 70200 ล้านบาท ที่ขยายตัวขึ้น 1020% ทำให้ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างในกลุ่มนี้แล้ว 4,0005,000 ล้านบาทนับจากเริ่มเข้าไปทำตลาดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่สินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศหรือเทรดไฟแนนซ์ยังมีการขยายตัวได้เพียงแค่ 12% เท่านั้น
“เราอยากเห็นยอดสินเชื่อเทรดไฟแนนซ์ในปีนี้ไปจบที่ 5 หมื่นล้านบาท จากต้นปีที่ 4 หมื่นล้านบาท โดยในเดือนหน้าเราจะออกแคมเปญมากระตุ้นยอดในกลุ่มนี้ เพราะตอนนี้เรามีส่วนแบ่งการตลาดในสินเชื่อเอสเอ็มอีทุกกลุ่มมากกว่า 12% แล้ว ยกเว้นเทรดไฟแนนซ์ เราจึงตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปีนี้ก่อนที่เออีซีจะมาถึง สินเชื่อเทรดไฟแนนซ์เราจะต้องมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 12% จากที่ตอนนี้ยังต่ำกว่า 10%” นายศิริชัย กล่าว
นางวรีมน นิยมไทย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และพัฒนาลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารเปิดโอกาสให้ลูกค้าเอสเอ็มอีสามารถซื้อสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าได้สูงสุด 10 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันไปในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มียอดการซื้อฟอร์เวิร์ดจากลูกค้าเข้ามาสูงกว่าปกติราว 3,000 ล้านบาท จากการตื่นตัวของลูกค้าเอสเอ็มอีต่อความผันผวนของค่าเงิน
“ธุรกิจเอสเอ็มอีที่สนใจป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้นคือกลุ่มที่มียอดขายเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป เพราะเดิมกลุ่มนี้จะถูกเรียกหลักประกันซึ่งยุ่งยากจึงไม่เป็นที่นิยม เพราะเราลดเงื่อนไขตรงนี้ทำให้มีลูกค้าหลายรายเลือกที่จะประกันความเสี่ยงเต็ม 100%” นางวรีมน กล่าว







