
แฟรนไชส์มะกันบุกตลาดไทย
จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยเทียบเงินเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยเทียบเงินเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้จะกระทบต่อภาคการส่งออก ทำให้มูลค่าการขายลดลง แต่กลับส่งผลดีกับผู้นำเข้าสินค้า รวมถึงการซื้อธุรกิจแฟรนไชส์จากต่างประเทศ ซึ่งเตรียมเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอย่างคึกคัก
ดีน แมทเล็ค ผู้ช่วยทูตพาณิชย์ สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ กล่าวว่า จากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทไทยต่อเงินเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักธุรกิจรายย่อยไทย ที่สนใจจะลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์จากสหรัฐ จากค่าเงินบาทไทยที่แข็งค่าขึ้นทำให้สามารถซื้อสิทธิแฟรนไชส์สหรัฐได้ถูกลงอย่างมาก
มีเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ 12 แบรนด์จากสหรัฐในกลุ่มธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม และบริการรถยนต์ ที่สนใจขยายตลาดไปต่างประเทศ และเลือกไทยเป็นอันดับต้นๆ เพื่อขยายการลงทุนนอกบ้านเป็นครั้งแรก อาทิ แบรนด์เดนนีส์ (Denny’s) ร้านกาแฟครบวงจรและร้านอาหารสำหรับครอบครัว ริต้าส อิตาเลี่ยน ไอซ์ (Rita’s Italian Ice) บริการไอศกรีมอิตาเลียน ฟรัดดรักเกอร์ส (Fruddruckers) ร้านแฮมเบอร์เกอร์ เดอะ เมลติ้ง พ็อต(Melting Pot) ร้านอาหารฟองดู ราวด์ เทเบิ้ล พิซซ่า (Round Table Pizza) ร้านพิซซ่า อันดับ 1 ของแคลิฟอร์เนีย เป็นต้น
“6. กรีส มังกี้(Grease Monkey) หนึ่งในแฟรนไชส์ที่ใหญ่สุดของศูนย์บริการดูแลบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจร 7.โมส เซ้าท์เวสท กริล(MOE’s Ga) ร้านอาหารปรุงสด 8.พรีซีซั่น ทูน ออโตแคร์ (Precision Tune Auto Care) ธุรกิจดูแลรถยนต์และดูแลผู้ขับขี่ 9.ร็อคกี้ เมาท์เท่น ช็อคโกแลต แฟ็คโตรี่ ผู้ผลิตของหวาน ลูกอมและดูแลการจัดการร้านขายปลีก
แบรนด์ลำดับ 10.ชัคกี้ ชีส(Chuck E.Cheese’s,TX) เป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัว 11. สโลกาย’ส (Schlotzky’s TX) ธุรกิจแซนวิทแบบปิ้งย่าง และแบรนด์ที่ 12.สเต็ก แอนด์ เชค(Steak’n Shake,Texas) ร้านอาหารสไตล์อเมริกัน คลาสสิก ทั้ง 12 แบรนด์แฟรนไชส์ที่เข้ามาบุกตลาดไทยครั้งนี้ ถือว่ามีเสียงโด่งดังในแต่ละรัฐที่เป็นแหล่งกำเนิดธุรกิจของแต่ละร้าน”
แมทเล็ค กล่าวว่า การขยายตลาดแฟรนไชส์จากสหรัฐในปีนี้ ถือเป็นครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา จากปัจจุบัน มีธุรกิจแฟรนไชส์สหรัฐในไทยราว 18-20 แบรนด์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 5% ของจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ต่างชาติในไทยที่มีสัดส่วน 15% และที่เหลือ 85% เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ท้องถิ่นในไทย ปัจจุบันมีราว 370 แบรนด์ในธุรกิจทุกประเภท
“ในปี 2555 ที่ผ่านมา ธุรกิจแฟรนไชส์ในไทย เติบโตกว่า 20% โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ร่วมกันระหว่างเจ้าของร้านจากสหรัฐและนักธุรกิจรายย่อยจากไทย” แมทเล็ค กล่าว
สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารและเครื่องดื่มจากสหรัฐ ทั้ง 12แบรนด์ จะเปิดตัวพร้อมแนะนำให้กับผู้สนใจ ในงาน “ยูเอสเอ แฟร์” ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-2 มิ.ย.นี้ เพื่อเปิดโอกาสและจับคู่ทางธุรกิจให้กับพันธมิตรที่สนใจ ขยายการทำตลาดร่วมกัน ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
อย่างไรก็ตาม นอกจากการขยายธุรกิจแฟรนไชส์กลุ่มอาหารเครื่องดื่ม และยานยนต์ แล้วในอนาคตสหรัฐ ยังมีแผนขยายการลงทุนธุรกิจประเภทอื่นๆ เข้ามาในไทยมากขึ้น จากโอกาสในตลาดเอเชียและอาเซียนที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะไทย ที่จะเป็นฮับทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ เมื่อเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
สำหรับปี 2555 ที่ผ่านมา ประเทศไทยและสหรัฐ มีมูลค่าการค้าอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าในอนาคตจะมีอัตราเติบโตสูงขึ้น จากภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มฟื้นกลับมาแล้ว







