
ทันสถานการณ์
นำทัพธุรกิจบุกศรีลังกามัลดีฟส์
นำทัพธุรกิจบุกศรีลังกามัลดีฟส์
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำคณะนักธุรกิจไทยเดินทางไปเยือนประเทศศรีลังกาและมัลดีฟส์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. 2556 เพื่อหาช่องทางการลงทุนในธุรกิจต่างๆ รวมถึงจับคู่ธุรกิจระหว่างภาคเอกชนไทยและภาคเอกชนจากทั้งสองประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน การเยือนครั้งนี้จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) จำนวน 6 ฉบับ ระหว่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และหอการค้าศรีลังกา
ปัจจุบันรัฐบาลประเทศศรีลังกาต้องการเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยนักธุรกิจไทยมีโอกาสการลงทุนในศรีลังกาหลายด้าน เช่น การแปรรูปอาหารทะเล สินค้าเกษตร และผักผลไม้ รวมทั้งธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว และการเข้าไปลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สร้างถนน ส่วนในประเทศมัลดีฟส์ มีโอกาสการลงทุนด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งนักลงทุนไทยมีศักยภาพสูง รวมถึงกลุ่มพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวลจากขยะ และกลุ่มธุรกิจอาหารทะเล เนื่องจากที่ผ่านมาไทยนำเข้าปลาทูน่าจากมัลดีฟส์เป็นจำนวนมากที่สุด n
ขอจดจีไอข้าวสังข์หยด
นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า วันที่ 29 พ.ค. 2556 จะเดินทางไปประเทศเบลเยียม เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) สินค้าข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ซึ่งถือเป็นสินค้าตัวที่ 4 ของไทยที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนจีไอในตลาดสหภาพยุโรป (อียู) หลังจากอียูรับจดข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ไปแล้ว และกำลังพิจารณาคำขอจดสินค้ากาแฟดอยช้างและกาแฟดอยตุง ซึ่งหากไม่มีการคัดค้านก็จะได้รับการจดแน่นอน
ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงเป็นข้าวสี ซึ่งประเทศอื่นๆ ไม่มีข้าวนี้ ทำให้ไทยไม่มีคู่แข่ง ซึ่งทางอียูแจ้งว่ามีโอกาสที่จะได้รับจด เนื่องจากไม่น่าจะมีการคัดค้าน ทั้งนี้ตลาดข้าวสีในอียูเริ่มเป็นที่รู้จักและมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ไทยได้ส่งข้าวชนิดนี้ไปจำหน่ายในตลาดอียูบ้างแล้ว
โชว์วิสัยทัศน์ชิงผู้ว่า กฟผ.
นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) เปิดเผยว่า วันที่ 7 มิ.ย.นี้ ทางคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กฟผ. เตรียมเปิดให้ 3 ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการ แสดงวิสัยทัศน์แผนการดำเนินงาน ซึ่งเป็นผู้สมัครจากคนใน กฟผ. ได้แก่ 1.นายธนา พุฒรังษีรอง ผู้ว่าการระบบส่ง 2.นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า และ 3.นายพงษ์ดิษฐ พจนา รองผู้ว่าการกิจการสังคม
ทั้งนี้ มาแสดงวิสัยทัศน์กับพนักงานกฟผ.ในช่วงบ่ายด้วยแม้ว่าการให้คะแนนจะไม่เกี่ยวข้องกับพนักงานกฟผ.แต่ก็จะเป็นเวทีที่จะเป็นการเช็คเรทติ้งประกอบกับคณะกรรมการสรรหาไปด้วยเพื่อความโปร่งใสในวันดังกล่าว สร.กฟผ.จะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสรรหา ที่มีนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน เพื่อขอให้กรรมการทั้ง 5 คน ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่าให้การเมืองเข้าแทรกแซงในการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงต้องการให้กระบวนการสรรหาทั้งหมดเสร็จตามกรอบเวลา ไม่ต้องการให้มีการรักษาการ เพราะ กฟผ.ถือเป็นองค์กรใหญ่ที่ไม่ควรจะมีตำแหน่งที่ว่างลง
นอกจากนี้ นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการ กฟผ.คนปัจจุบัน จะหมดวาระลงในวันที่ 1 ก.ค. ดังนั้นกระบวนการสรรหาต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนผู้ว่าการคนเก่าหมดวาระ เพื่อไม่ให้ตำแหน่งว่างลง เพราะ กฟผ.มีภารกิจหลายอย่างที่สำคัญ ซึ่งต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ ทาง กฟผ.ถูกโจมตีไม่น้อยซึ่งหลังการให้คะแนนแล้วขั้นตอนต่อไปคงเสนอบอร์ดกฟผ.เห็นชอบก่อนเสนอครม.ต่อไป”นายศิริชัยกล่าว
แหล่งข่าววงในกล่าวว่า ทั้ง 3คนล้วนเป็นลูกหม้อของกฟผ. หากวัดที่ความอาวุโสสูงสุด นาย ธนา พุฒรังษี มาเป็นอันดับต้น รองลงมาเป็น นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ และนายพง์ดิษฐ พจนา อย่างไรก็ตามการคัดเลือกนั้นไม่อาจปฏิเสธว่าการเมืองย่อมมีการชี้ตัวมาแล้วระดับหนึ่งซึ่งหากยึดประเด็นนี้เป็นหลักนายธนาอาจลำบากกว่าคนอื่นเพราะมีความสัมพันธ์กับการเมืองขั้วตรงกันข้าม ขณะที่นายพงศ์ดิษฐ แม้ว่าจะมีความสนิทแต่ก็มีกระบวนการโจมตีสารพัดจากคนในกฟผ. โดยเล่นแรงถึงขนาดเรื่องส่วนตัวเอามาเป็นเป้าโจมตีดิสต์เครดิตกันไปเรียบร้อย หันมามองสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ คนนี้แม้จะเงียบๆ แต่ก็มีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับฟากรัฐบาลไม่น้อยหน้าใคร พนักงานส่วนใหญ่ก็รับได้แม้จะไม่มีกองเชียร์มากเท่าธนาก็ตามระยะหลังจึงมีกระแสมาแรงแซงโค้ง
กนอ. คาดปี 57 เอสเอ็มอีโตกว่า 30%
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) คาดการณ์ว่าปี 2557 กลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะเติบโตกว่า 20-30% ขณะที่ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเอสเอ็มอีมีสัดส่วน 99.8% ของจำนวนวิสาหกิจทั้งประเทศ และมูลค่าจีดีพีของเอสเอ็มอีอยู่ที่ประมาณ 3.12 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37.1% ของจีดีพีประเทศ และคาดว่าสิ้นปีนี้ กลุ่มเอสเอ็มอีจะขยายตัว 5.1 % โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีเอสเอ็มอีกว่า 2.7 ล้านราย
กนอ. เปิดเผยด้วยว่า พื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง ได้แก่ เขตภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมตั้งนิคมเอสเอ็มอี เพื่อเป็นการพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งระบบบริหารจัดการครบวงจรให้สมบูรณ์แบบ เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการได้อย่างยั่งยืน โดยคาดว่าทั้ง 3 นิคม SMEs จะสามารถรองรับผู้ประกอบการได้กว่า 1,500 ราย ตลอดจนเผย 3 มาตรการ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs สนใจในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม SMEs มากขึ้น อาทิ สนับสนุนการก่อสร้างศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) พื้นที่ประมาณ 500 ตารางเมตร ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท ยกเว้นค่ากำกับ ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์โครงการทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามปัจจุบันการดำเนินงานของอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs เป็นกลุ่มผู้ประกอบการสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย (SMEs) และมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากใช้เงินทุนไม่สูงมาก การบริหารจัดการไม่ซับซ้อน และมีความคล่องตัวในการบริหารธุรกิจและสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. กล่าวว่า ในปัจจุบันการดำเนินงานของอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 57 จะมีสัดส่วนการเติบโตกว่า 2030% เนื่องจากนโยบายและมาตรการการส่งเสริมของภาครัฐอย่างบูรณาการ ประกอบกับเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินทุนไม่สูง การบริหารจัดการไม่ซับซ้อน เมื่อเทียบกับกิจการขนาดใหญ่ ส่งผลให้ SMEs มีความคล่องตัวในดำเนินธุรกิจการบริหารธุรกิจและสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อุตสาหกรรม SMEs ถือเป็นกลไกสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีผู้ประกอบการ SMEs เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม มีสัดส่วนเป็น 99.8% ของจำนวนวิสาหกิจทั้งประเทศ มีมูลค่า GDP ของ SMEs ปี 55 ประมาณ3.12 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อมูลค่า GDP รวมของประเทศ ร้อยละ 37.1 และคาดว่าในปี 56 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.1 %







