
ได้โอกาสเสนอขึ้นภาษีดีเซล
คลังดอดชงทางเลือกให้รัฐบาลชี้ชะตา แหยงรายได้พลาดเป้าหมาย2.1ล้านล้าน
คลังดอดชงทางเลือกให้รัฐบาลชี้ชะตา แหยงรายได้พลาดเป้าหมาย2.1ล้านล้าน
สรรพสามิตลุ้นรัฐบาลขึ้นภาษีดีเซล ชดเชยรายได้หด หลังล้างหนี้กองทุนน้ำมันหมดในเดือน มิ.ย.
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้มีข้อเสนอเพื่อเป็นทางเลือกให้กับรัฐบาล เพื่อตัดสินใจทางนโยบายในการปรับขึ้นภาษีดีเซลขึ้นมา เนื่องจากในปีนี้ภาพรวมในการจัดเก็บรายได้ที่กำหนดไว้ 2.1 ล้านล้านบาท มีแนวโน้มจะไม่ถึงเป้า หลังจากที่การจัดเก็บรายได้มีแนวโน้มลดลงจากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 20% ในปีนี้ และค่าเงินบาทแข็งส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทเอกชนไม่ดีนัก ยิ่งทำให้การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลยิ่งลดลงมากขึ้นไปอีก
ทั้งนี้ การปรับขึ้นภาษีดีเซลจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 9,000 ล้านบาท โดยในช่วงกลางปีจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการขึ้นภาษีน้ำมัน เพราะเป็นช่วงที่น้ำมันมีราคาถูกสุดในรอบปี หากรัฐบาลไม่ฉวยโอกาสนี้ในการปรับขึ้นภาษีดีเซลรอให้ถึงปลายปี คงหมดโอกาสในการขึ้นภาษี เพราะช่วงปลายปีราคาน้ำมันจะแพงที่สุด
ด้านนายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า แนวทางในการปรับขึ้นภาษีดีเซลหลังจากที่กระทรวงพลังงานล้างหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหมดในช่วงต้นเดือน มิ.ย. จากขณะนี้มีหนี้เหลืออยู่กว่า 3,000 ล้านบาทนั้น คงเป็นเรื่องของฝ่ายนโยบายและรัฐบาลที่จะตัดสินใจว่า จะดำเนินการอย่างไร กรมสรรพสามิตคงจะไม่มีข้อเสนอใดๆ โดยการลดภาษีดีเซลปัจจุบันจัดเก็บที่ 0.005 บาท/ลิตร จากเดิมจัดเก็บ 5.31 บาท/ลิตร ซึ่งการลดภาษีดีเซลก็ได้ต่ออายุในลักษณะเดือนต่อเดือน ล่าสุดต่ออายุไปอีก 1 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2556
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า แม้ว่าจะไม่มีการปรับขึ้นภาษีดีเซลในช่วงนี้ก็ไม่กระทบต่อการจัดเก็บภาษี เพราะขณะนี้ยังเกินเป้าหมายกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากนโยบายรถยนต์คันแรก ทำให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ปรับสูงขึ้นมาก และแม้ว่ากรมสรรพสามิตลดภาษีดีเซลให้กับประชาชนมาแล้วกว่า 2 ปี คิดเป็นเงินภาษีที่สูญเสียไปกว่า 2 แสนล้านบาท แต่การลดดีเซลมีส่วนในการดูแลภาคเศรษฐกิจ ดังนั้นการจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเมื่อใด คงขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลที่จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยพร้อมหรือยัง







