posttoday
เร่งรัฐจัดการปัญหาไฟฟ้าภาคใต้

เร่งรัฐจัดการปัญหาไฟฟ้าภาคใต้

24 พฤษภาคม 2556

เหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ ความมั่นคงด้านพลังงาน ต้องได้รับการจัดการ

เหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 14 จังหวัดภาคใต้ ความมั่นคงด้านพลังงาน ต้องได้รับการจัดการ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ในช่วงค่ำของวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเชื่อมโยงจากภาคกลางไปสู่ภาคใต้ขัดข้อง ทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขภายในวันดังกล่าว แต่ก็ได้สร้างความกังวลต่อภาคส่วนต่างๆ ถึงประเด็นความมั่นคงด้านไฟฟ้าในระยะยาว ซึ่งไม่เพียงพื้นที่ภาคใต้ แต่รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ โดยเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ

ความเสี่ยงด้านความมั่นคงของพลังงานไฟฟ้ายังคงไม่หมดไป

หากพิจารณาโครงสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้า เทียบกับกำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ เปรียบเทียบกับภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ พบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

-  ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.8% (ปี 2552-2555) จากการเติบโตของภาคธุรกิจในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งในส่วนของโรงแรม ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร (ห้องเย็น อาหารทะเล เฟอร์นิเจอร์ไม้ยาง ถุงยางอนามัย ปาล์มน้ำมัน) โดยเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงเป็นอันดับ 2 รองจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีอัตราการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 8.1% ขณะที่ภาคเหนือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.7 % ทั้งนี้เห็นได้ว่า อัตราการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคดังกล่าวข้างต้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศที่เติบโต 4.5 % ต่อปี และแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าในส่วนภูมิภาค น่าจะเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องในระยะข้างหน้า ตามกระแสการเติบโตของความเป็นเมือง (Urbanization) และการขยายฐานธุรกิจออกไปสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น

เร่งรัฐจัดการปัญหาไฟฟ้าภาคใต้

 

เร่งรัฐจัดการปัญหาไฟฟ้าภาคใต้

- กำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ต่ำกว่าความต้องการ ปัจจุบันโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้มีจำนวน 6 แห่งรวมกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 2,200 เมกะวัตต์ เทียบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่อยู่ที่ประมาณ 2,400 เมกะวัตต์ จึงต้องส่งไฟฟ้าจากส่วนกลาง ผ่านสายส่งภาคกลาง-ใต้ รวมทั้งรับซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียเพิ่มเติม ซึ่งก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าของภาคธุรกิจและประชาชนในพื้นที่ภาคใต้

เร่งรัฐจัดการปัญหาไฟฟ้าภาคใต้

เร่งสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้า ... รองรับความต้องการใช้ในอนาคต

ความต้องการใช้ไฟฟ้าของไทยทั้งในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยสำหรับในพื้นที่ภาคใต้นั้น มีการคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเบื้องต้นภาครัฐมีแผนปรับระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงให้มีขนาด 500 KV เท่ากันหมดทั่วประเทศ เพื่อให้การส่งจ่ายไฟฟ้าระหว่างพื้นที่ต่างๆ มีประสิทธิภาพ รวมทั้งวางแผนพัฒนาเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้มากขึ้นในอนาคต อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าจะนะแห่งที่ 2 กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม หากกำลังผลิตไฟฟ้าที่คาดว่าจะเข้าใหม่ เกิดความล่าช้าของโรงไฟฟ้ารายใหม่ที่เข้าระบบ  ก็ย่อมหมายถึงความเสี่ยงทางด้านความมั่นคงด้านไฟฟ้าของไทย ที่อาจส่งผลกระทบไปถึงเศรษฐกิจโดยรวม

ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับความเสี่ยงดังกล่าว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงควรต้องพิจารณาวางแผนการรับมือ โดยภาครัฐ ควรเร่งกำลังผลิตไฟฟ้าที่จะเข้าสู่ระบบทั้งในส่วนที่ผลิตเอง และส่วนที่รับซื้อจากเอกชน รวมทั้งที่นำเข้าไฟฟ้าจากต่างประเทศ ให้เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจและยอมรับ เกี่ยวกับปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นข้อกังวลสำคัญของภาคประชาชน

ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีการส่งเสริมภาคการผลิต รวมทั้งภาคครัวเรือน ให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่สามารถทำได้ทันที ในขณะที่การสร้างโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งใหม่ ต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี

บทสรุป ปัญหาไฟฟ้าตก-ดับ อาจเป็นเหตุการณ์ที่สามารถจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ตราบที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของไทยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ยังมีความเสี่ยงจากกำลังผลิตไฟฟ้าที่จะเข้าสู่ระบบ ซึ่งอาจเกิดความล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการรับมือปัญหาดังกล่าว อาทิ การส่งเสริมและสนับสนุนการประหยัดไฟฟ้าจากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงการผลักดันแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า ในปริมาณที่เพียงต่อความต้องการในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว