
ปรับยุทธศาสตร์
แม้กระทรวงพาณิชย์จะตัดสินใจปรับเป้าการส่งออกโดยรวมจาก 89% เหลือ 77.5% แต่บางตลาดได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออก เนื่องจากมีโอกาสเติบโตสูง เช่น สหภาพยุโรป อาเซียน ฮ่องกง ทวีปออสเตรเลีย แอฟริกา รัสเซีย และตะวันออกกลาง
แม้กระทรวงพาณิชย์จะตัดสินใจปรับเป้าการส่งออกโดยรวมจาก 89% เหลือ 77.5% แต่บางตลาดได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออก เนื่องจากมีโอกาสเติบโตสูง เช่น สหภาพยุโรป อาเซียน ฮ่องกง ทวีปออสเตรเลีย แอฟริกา รัสเซีย และตะวันออกกลาง
ขณะที่กลุ่มอาหารซึ่งถือว่าไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นครัวโลก และน่ายินดีที่เติบโตได้ โดยที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอี เริ่มบุกขยายตลาดมากขึ้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีทุนทรัพย์ต่างเดินหน้าเข้าซื้อกิจการของประเทศต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง อย่างกรณีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของผลิตภัณฑ์ตราช้างเข้าซื้อเอฟแอนด์เอ็นของสิงคโปร์ เพื่อต่อยอดขยายตลาดไปทั่วโลก
ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เริ่มขยายแนวรุกมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน ซึ่งแบรนด์ไทยมีความแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องควรเร่งต่อยอดผลักดันผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง ปรับยุทธศาสตร์ใหม่ให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละรายอุตสาหกรรม และทำงานในเชิงรุกมากขึ้น
ขณะนี้บางอุตสาหกรรม เช่น เสื้อผ้า สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ ได้ย้ายฐานผลิตไปยังเพื่อนบ้าน เพื่อลดผลกระทบเรื่องต้นทุน ซึ่งกลุ่มนี้ภาครัฐก็ไม่ควรละเลย เพราะการที่ผู้ประกอบการย้ายฐานผลิตไปประเทศอื่น เท่ากับช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศนั้นๆ และจะทำให้เพื่อนบ้านของเราแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นคู่แข่งของไทยในอนาคต
ดังนั้น นอกจากรัฐบาลจะสนับสนุนผ่านการส่งเสริมการทำตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ผ่านการจัดงานต่างๆ แล้ว รัฐบาลควรเร่งปรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมในแต่ละอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และปัญหาที่ผู้ประกอบต้องเผชิญ เพื่อให้พวกเขาบุกตะลุยไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยต่อไป







