posttoday
อาร์สยามโชว์ความสำเร็จหาช่องว่างลุยเพลงลูกทุ่ง

อาร์สยามโชว์ความสำเร็จหาช่องว่างลุยเพลงลูกทุ่ง

23 พฤษภาคม 2556

ถ้าพูดถึงค่ายเพลงอาร์สยาม ณ วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักค่ายเพลงนี้ เพราะปัจจุบันอาร์สยามปั้นศิลปินหลายคนดังติดลมบน ด้วยความไม่ยึดติดในกรอบว่าเพลงลูกทุ่งต้องอยู่ในกรอบแคบๆ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จึงให้อาร์สยามยืนหยัดได้จนถึงทุกวันนี้

ถ้าพูดถึงค่ายเพลงอาร์สยาม ณ วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักค่ายเพลงนี้ เพราะปัจจุบันอาร์สยามปั้นศิลปินหลายคนดังติดลมบน ด้วยความไม่ยึดติดในกรอบว่าเพลงลูกทุ่งต้องอยู่ในกรอบแคบๆ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จึงให้อาร์สยามยืนหยัดได้จนถึงทุกวันนี้

หากย้อนกลับไป 2-3 ปีก่อน ค่ายเพลงลูกทุ่งในประเทศไทยหลักๆ มีไม่ต่ำกว่า 10 ค่าย แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตมนุษย์ ส่งผลให้เพลงที่เคยเป็นสินค้าหลักในการทำเงิน ต้องเปลี่ยนไปเป็นขาธุรกิจอื่นๆ ค่ายเพลงไหนที่ยังคงยึดติดกับธุรกิจเพลงอย่างเดียวก็ค่อยๆหายไปจากตลาด จนปัจจุบันประเทศไทยเหลือค่ายเพลงลูกทุ่งหลักๆ ไม่เกิน 4 ค่าย ส่งผลให้อาร์สยามต้องปรับแผนรุกอย่างจริงจังตั้งแต่ปีที่ผ่านมาด้วยการแตกขาธุรกิจเพิ่ม เพื่อหารายได้มาชดเชยธุรกิจเพลงที่นับวันจะรายได้ลดลง

ศุภชัย นิลวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานเพลงลูกทุ่ง/ธุรกิจเพลง บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจค่ายเพลงของอาร์สยามไม่ได้มีแค่ธุรกิจเพลงลูกทุ่งเท่านั้น แต่มีธุรกิจสื่ออื่นๆ เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่ง เช่น คลื่นเพลงลูกทุ่ง 88.5 ช่องทีวีดาวเทียมสบายดี ธุรกิจโชว์ ธุรกิจอีเวนต์ ตลอดจนธุรกิจรับจากทำการตลาดให้กับลูกค้า

หลังจากทดลองแตกขาธุรกิจจนเรียกได้ว่าครบวงจร เห็นได้ชัดว่า ผลประกอบการของค่ายเพลงอาร์สยามปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกำไร เนื่องจากความพร้อมในด้านคอนเทนต์ต่างๆ และการแตกขาเข้าไปในธุรกิจสื่อก็ไม่ต้องใช้งบลงทุนมาก เมื่อทำการตลาดอย่างจริงจัง จึงทำให้ได้ผลกำไรตอบแทนดีกว่าการเน้นขายเพลงอย่างเดียว

ปัจจุบันค่ายเพลงอาร์สยามมีศิลปินในค่ายกว่า 100 ชีวิต และผู้ฟังให้กว้างมากขึ้น จนขณะนี้สามารถขยายฐานเข้าไปถึงกลุ่มเด็กอายุ 4 ปี จากการผลิตศิลปินเด็กเข้าทำตลาดอย่าง เมอร์ซี อาร์สยาม จึงถือเป็นความสำเร็จอีกก้าว จากเดิมกลุ่มเป้าหมายของเพลงลูกทุ่งอาร์สยามจะมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป

“สิ่งที่เราอยากจะทำในตอนนี้คือการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้ฟังระดับรากหญ้าให้แข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยการผลิตเพลงที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว เช่น ลูกทุ่งหมอลำ และลูกทุ่งเพลงเพื่อชีวิต” ศุภชัยกล่าว

ขณะเดียวกันจากการแข่งขันของธุรกิจเพลงลูกทุ่งที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการทำเพลงเจาะผู้ฟังภาคอีสาน ซึ่งมีแกรมมี่โกลด์เป็นเจ้าตลาด เมื่ออาร์สยามจึงพยายามฉีกตลาด และพบว่าเพลงเพื่อชีวิต ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้ฟังภาคใต้ยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาด จนปัจจุบันศิลปินของอาร์สยาม 70% มาจากภาคใต้ และทำให้อาร์สยามกลายเป็นเจ้าตลาดเพลงของภาคใต้ไปเป็นที่เรียบร้อย

สิ่งที่ ศุภชัย จะเดินหน้าทำต่อคือ การขยายธุรกิจไปยังตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการนำศิลปินเข้าไปทำกิจกรรม เริ่มจาก ใบเตยและกระแต เพราะกำลังเป็นที่นิยมของผู้ชมผู้ฟัง รวมทั้งมีแผนนำศิลปินของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปลุกปั้นในไทย เพื่อสร้างฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558

จากแนวทางที่จะมุ่งไปทางธุรกิจสื่อมากขึ้น เพื่อตอกย้ำแนวคิดการดำเนินธุรกิจ “วัน สต๊อป เซอร์วิส มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง” ศุภชัย คาดว่าสัดส่วนรายได้ของอาร์สยามที่มาจากธุรกิจสื่อในปีนี้จะเปลี่ยนเป็น 55% อีก 45% เป็นธุรกิจเพลง ต่างจากปีที่ผ่านมาที่ธุรกิจเพลงจะมีสัดส่วน 60% ธุรกิจสื่อ 40%

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว