
จี้ไทยพัฒนาวิทยาศาสตร์เพิ่มขีดแข่งขัน
สวทช.ชี้ไทยต้องเร่งพัฒนาวิทยาศาสตร์ หลังวิจัยพบขีดความสามารถแข่งขันคงที่ 4 ปีรวด
สวทช.ชี้ไทยต้องเร่งพัฒนาวิทยาศาสตร์ หลังวิจัยพบขีดความสามารถแข่งขันคงที่ 4 ปีรวด
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยผลการวิจัยความสามารถการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ ในอาเซียนว่า ขีดความสามารถแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 40 หรือไม่เปลี่ยนแปลงตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จากประเทศที่สำรวจทั้งหมด 59 ประเทศ และเมื่อเทียบกับประเทศกลุ่มอาเซียน ไทยติดอันดับ 3รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย
ขณะที่ความสามารถแข่งขันด้านเทคโนโลยี พบว่าประเทศสิงคโปร์ติดอันดับ 3 ของโลก รองลงมาคือ มาเลเซีย อันดับ 16 ฟิลิปปินส์ อันดับ 46 และไทย อันดับ 50
สวทช. กล่าวว่า ประเทศไทยต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อีกมาก ทั้งลงทุนงานวิจัยเพื่อให้ได้สิทธิบัตร การพัฒนาบุคลากรวิจัยการส่งเสริมให้มีการตีพิมพ์บทความทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันวิทยาศาสตร์ของไทยดีขึ้น ขณะเดียวกันการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ส่งผลให้ทุกประเทศต้องเตรียมพร้อมและปรับตัว โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาเสริมศักยภาพการแข่งขันให้สูงกว่าประเทศอื่น
ทั้งนี้ หากพิจารณาสัดส่วนการลงทุนและด้านวิจัยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) พบว่าทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยการลงทุนและวิจัยพัฒนา 1.32% ต่อจีดีพี และในอาเซียนมีเพียงประเทศสิงคโปร์ประเทศเดียว ที่มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก อยู่ที่ 2.09% ต่อจีดีพี แต่ไทยมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ 0.24% ต่อจีดีพี ต่ำกว่าประเทศสิงคโปร์ 8 เท่า
ด้านบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งค่าเฉลี่ยทั่วโลกมีนักวิจัย 33.8 คนต่อประชากร 1 หมื่นคน พบว่าประเทศอาเซียนทุกประเทศยกเว้นสิงคโปร์ มีนักวิจัยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ส่วนไทยมีนักวิจัย 8.6 คนต่อประชากร 1 หมื่นคน ส่วนใหญ่ทำงานกับภาครัฐ
ขณะที่การจดสิทธิบัตร พบว่าประเทศสิงคโปร์มีการยื่นจดสิทธิบัตรสูงถึง 4,054 รายการ ส่วนไทยมีการยื่นขอจดสิทธิบัตรประมาณ 2,000 รายการ
สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง พบว่าไทยมีมูลค่าการส่งออก 3.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มาเลเซีย 5.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ฟิลิปปินส์ 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่สัดส่วนการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง เมื่อเทียบกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหมด พบว่าฟิลิปปินส์มีสัดส่วนการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง 67.8% ของการส่งออกทั้งหมด ไทยมีสัดส่วน 24% และมาเลเซีย 44.5% แต่ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่มีสัดส่วน 17.5% ก่อนหน้านี้ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า มีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีการใช้งบวิจัยและพัฒนาในสัดส่วน 2% ของจีดีพีภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งมุ่งให้ประเทศมีงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น มีงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงขึ้น และมีนวัตกรรมใหม่ในประเทศอย่างต่อเนื่อง







