posttoday
ก้าวใหญ่กว่า AECก้าวสู่ RCEP (1)

ก้าวใหญ่กว่า AECก้าวสู่ RCEP (1)

22 พฤษภาคม 2556

อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่เราต้องจับตามอง ไม่ได้มีเพียงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีเท่านั้น และวันนี้ดิฉันจะเล่าถึงอีกความร่วมมือหนึ่งที่เราจะละเลยไม่ได้ คือ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค” หรือ RCEP ค่ะ

อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่เราต้องจับตามอง ไม่ได้มีเพียงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีเท่านั้น และวันนี้ดิฉันจะเล่าถึงอีกความร่วมมือหนึ่งที่เราจะละเลยไม่ได้ คือ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค” หรือ RCEP ค่ะ

RCEP เป็นการพัฒนาต่อยอดความร่วมมือจาก ASEAN+3 และ ASEAN+6 ปัจจุบันมีสมาชิก 16 ประเทศ ประกอบด้วยสมาชิกกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ และสมาชิกนอกภูมิภาคอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

การรวมกลุ่มในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าอาจมีเรื่องการถ่วงดุลการเมืองระหว่างประเทศมหาอำนาจ แต่หากมองข้ามเรื่องดังกล่าวไป ก็ยังมีประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอย่างชัดเจน

ย้อนอดีตกลับไป ท่านที่ทำธุรกิจส่งออกนำเข้าคงทราบดีว่า อาเซียนมีเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอกับประเทศดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เอฟทีเอที่เจรจากับแต่ละประเทศก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต่างกันออกไป เช่น ประเภทสินค้าที่ลดภาษี กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin)

ดังนั้น ข้อดีอย่างหนึ่งของการเกิด RCEP ก็คือ การนำเอฟทีเอที่อาเซียนเจรจากับแต่ละประเทศเอาไว้มากางรวมกันแล้วพิจารณาใหม่ ทำให้เกิดมาตรการลดภาษีสินค้าอีกแนวทางขึ้นมา เป็นแนวทางกลางให้ผู้ส่งออกผู้นำเข้าเลือกได้

หากมองถึงความเข้มแข็งของกลุ่ม จะเห็นว่าทั้ง 16 ประเทศรวมกันมีประชากรมากกว่า 3,000 ล้านคน มีจีดีพีรวมกันมากถึง 17 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 40% ของมูลค่าการค้าโลก นับว่ามหาศาล ยิ่งเราวิเคราะห์ต่อไปว่าสภาพเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกกำลังทรุดตัว ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว การรวมตัวเป็น RCEP ก็นับว่าน่าสนใจมาก

ขณะนี้ทั่วโลกเองกำลังให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเข้ามารวมกลุ่มกับประเทศเอเชีย เช่น แคนาดา มีนโยบายให้ความสำคัญกับเอเชียมากขึ้นอย่างชัดเจน ยิ่งสะท้อนว่าการก้าวสู่ RCEP เป็นก้าวที่จำเป็นสำหรับเรา

แต่สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงคือ การเจรจาร่วมกันมากถึง 16 ประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย หลายประเทศยังคงมีท่าทีจะปกป้องมากกว่า เช่น อินเดีย มีข้อสังเกตว่าอินเดียนั้นเป็นประเทศปิดมานาน ไม่ค่อยได้ทำการค้าเสรีกับใคร จึงยังค่อนข้างติดขัดในหลายเรื่อง

แม้การเจรจา RCEP ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพิจารณารายละเอียด ยังมีข้อติดขัดอยู่พอสมควร จนต้องหารือกันอีกหลายนัด แต่หาก RCEP ดำเนินการทุกอย่างได้ตามแผน คือเกิดความร่วมมือในปี 2558 ปีเดียวกับที่เราเปิดเออีซี การเตรียมพร้อมรับมือแค่ประเทศในกลุ่มเออีซี 10 ประเทศ คงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนจะต้องยกระดับ โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าของตัวเองให้เป็นระดับสากล รองรับการเคลื่อนย้ายสินค้าเสรีจากทั้ง 16 ประเทศ

พุธหน้า เราจะมาคุยกันต่อถึงประโยชน์เชิงลึกของทุกท่าน และสิ่งที่ทุกท่านควรทำรับมือ RCEP ค่ะ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ