
เด็ก (ไม่) น้อย
เดือน พ.ค.นี้ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งการประชุมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน หรือไม่ก็เรื่องที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง
เดือน พ.ค.นี้ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งการประชุมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน หรือไม่ก็เรื่องที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง
ไล่มาตั้งแต่ต้นเดือนที่มีประชุมเรื่องผู้บริโภค ตามติดมาด้วยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ เรื่องแรงงานภาพรวม มาถึงสัปดาห์นี้ก็มีการจัดประชุมอาเซียน ด้าน “เยาวชน” ที่ประเทศบรูไน ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOMY) จนถึงระดับรัฐมนตรี (AMMY) ครั้งที่ 8
ย้อนรอยกลับไปก่อนว่า บรูไนในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ได้กำหนดกิจกรรมหลักไว้ 4 ด้าน และหนึ่งในนั้นคือกิจกรรมด้านเยาวชน การประชุมในปีนี้ ไม่ว่าเวทีไหนๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสาสังคมและวัฒนธรรมจึงมักจะมีเรื่องเยาวชนสอดแทรกเข้าไปด้วย
เช่น การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านแรงงาน (ASEANSLOM) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นเรื่อง “แรงงานเยาวชน” เป็นประเด็นร้อนที่สุดในงาน
กลับมาที่การประชุมในครั้งนี้ มีแนวคิดหลักในการจัดประชุมว่า “Young PeopleBuilding Tomorrow’s ASEAN Today” สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังในการพัฒนาและผลักดันเยาวชนเป็นอนาคตของภูมิภาค
หากกางแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC Blueprint) มาพิจารณา จะพบว่ามีทั้งเป้าหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนสอดแทรกอยู่เต็มไปหมด เช่น การให้หลักประกันการศึกษาภาคบังคับอย่างเท่าเทียม การส่งเสริมการแข่งขันกีฬา เกมคอมพิวเตอร์อาเซียนระดับเยาวชน การจัดตั้งกองทุนเยาวชนอาเซียน การพัฒนาทักษะประกอบการเยาวชน การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสวัสดิการเยาวชน
สะท้อนให้เห็นว่าอาเซียนมี “เรื่องที่ต้องทำ” กับเด็กๆ จำนวนไม่น้อยเลย
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ยังระบุว่า ปัจจุบันไทยมีเยาวชนอายุ 1524 ปี ประมาณ 10 ล้านคน ราว 4 ล้านคน ทำงานอยู่ในตลาดแรงงาน ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ขณะที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ระบุว่า ทวีปเอเชียมีเยาวชนวัยดังกล่าวมากถึง 40% เมื่อเทียบกับจำนวนเยาวชนทั่วโลก
สะท้อนอีกว่าทั้งไทยและระดับภูมิภาคมี “เด็ก” จำนวนไม่น้อย
เมื่อเรื่องที่ต้องทำกับเด็กก็มาก จำนวนเด็กก็มาก สิ่งที่อาเซียนต้องทำจากนี้ คือการจัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจน พร้อมทั้ง “กระจาย” เรื่องที่ต้องการจะทำทั้งหมด ไม่ใช่ให้ความช่วยเหลือใดๆ ไป “กระจุก” อยู่แค่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง
ภารกิจหลักที่อาเซียนต้องเร่งทำต่อจากนี้ ผมมองว่าต้องประกอบด้วย 3 ส. 1.เสริมสร้างความรู้และทักษะเยาวชนให้เข้มแข็ง พร้อมเป็นกำลังหลักของภูมิภาคในอนาคต 2.ส่งเสริมให้เยาวชนมีบทบาทในเวทีต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และ 3.สานสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนในภูมิภาคด้วยกัน
นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่อาเซียนให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่อาเซียนมองเยาวชนเป็นอนาคต และนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีแผนการดำเนินการในบางมาตรการไปแล้ว
เพราะเมื่อไหร่ที่อาเซียนหยุดพัฒนาเยาวชน อนาคตของอาเซียนก็ดูจะ “น่าเป็นห่วง” ไม่น้อยเลย







