
บสย.เจาะหาบเร่แผงลอย
จับมือธนาคารกรุงไทยให้สินเชื่อหนุนผู้ค้า1,384แห่งทั่วประเทศ
จับมือธนาคารกรุงไทยให้สินเชื่อหนุนผู้ค้า1,384แห่งทั่วประเทศ
บสย.ผนึกแบงก์กรุงไทย ค้ำประกันสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ หนุนเอสเอ็มอี หาบเร่แผงลอย 1,384 แห่ง
นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.เตรียมเปิดโครงการใหม่ ภายใต้โครงการค้ำการประกันสินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แบบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยร่วมกับพันธมิตรธนาคารกรุงไทย
โครงการความร่วมมือนี้ ถือเป็นครั้งแรกของ บสย. ที่ขยายฐานผู้ประกอบการในการค้ำประกันสู่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยแบบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยประสานงานกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารชุมชน ซึ่งมีแผนการให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อผู้ประกอบการรายย่อยในรูปแบบไมโครไฟแนนซ์
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการในตลาดสด หรือแหล่งทำเลค้าขายทั่วไป ที่ได้รับการคัดเลือกจากธนาคาร ปัจจุบันจากการสำรวจ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเป้าหมายจำนวน 1,384 แห่ง แต่ละแห่งมีแผงร้านค้าไม่น้อยกว่า 50 จุด ดังนั้นจะมีแผงร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ประมาณ 69,200 แห่ง กำหนดวงเงินค้ำประกันสูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาทต่อรายและให้บสย.ทำหน้าที่ค้ำประกัน
“โครงการดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการในไตรมาส 2 และจะใช้วงเงินค้ำประกันกว่า 1,500 ล้านบาท” นายวัลลภ กล่าว
ขณะที่รูปแบบโครงการดังกล่าว คาดจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับธนาคารกรุงไทย และเพิ่มความมั่นใจในการปล่อยวงเงินสินเชื่อ ขณะที่ผู้ขอใช้บริการ จะได้รับประโยชน์เต็มที่จากการที่ บสย.เข้าไปช่วยค้ำประกันให้ และยังเป็นการขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีให้เข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น จากการขยายพอร์ตสินเชื่อ และการค้ำประกันไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ล่าสุดของ บสย.
ทั้งนี้ หลังจาก บสย.เซ็นสัญญาความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ซึ่งโครงการจะมีระยะเวลาในการยื่นคำขอ 1 ปี และมีระยะเวลาปล่อยกู้ให้สูงสุด 7 ปี คิดอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่ออยู่ที่ 1.75% ต่อปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับรายย่อยสินเชื่อนอกระบบ ให้สามารถเข้ามาอยู่ในระบบได้ง่ายขึ้น
สำหรับการค้ำประกันสินเชื่อให้เอสเอ็มอี จะใช้พอร์ตค้ำประกันที่เรียกว่า จีพีเอส 5 ซึ่งรัฐบาลตั้งวงเงินค้ำประกันให้กับ บสย. 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้คล่องตัวมากขึ้นนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้เป็นต้นไป







