
เปิดวิสัยทัศน์เจ้าพ่อวงการแอพระดับโลก
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ถ้าพูดถึงวงการแอพพลิเคชั่นที่นักพัฒนาทั่วโลกอยากเห็นแอพของตัวเองขึ้นไปโชว์เด่นให้ผู้ใช้ทั้งโลกได้ดาวน์โหลดไปติดตั้งบนอุปกรณ์พกพา ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 2 อันดับแรกที่กดกันไม่ลง คือ แอพสโตร์ของแอปเปิลและกูเกิลเพลย์ของแอนดรอยด์ คือเป้าหมายที่ใช่ที่สุด ไม่ว่าจะคนที่เน้นหารายได้ หรือคนที่อยากได้กล่องก็ตาม จนหลายคนอยากรู้ว่าถ้าจะให้แอพได้รับการคัดเลือกไปอยู่ที่หน้าแรกได้นั้นต้องทำอย่างไร
ทางลัดที่ดีคือ การได้พูดคุยกับผู้คัดเลือกแอพโดยตรง ซึ่งเป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญและเป็นเจ้าพ่อวงการก็ว่าได้ เพราะหากแอพฯ ใดได้คัดเลือกขึ้นหน้าแรก โอกาสที่จะมีคนดาวน์โหลดก็มากขึ้น ซึ่งโอกาสที่จะได้เจอ ได้พูดคุยกับคนที่ทำหน้าที่นี้ได้คงต้องไปที่ ซิลิคอน แวลลีย์ ศูนย์กลางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และนั่นเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญให้ กระทิง พูนผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของดีแทค เริ่มต้นโครงการ dtac Accelerate เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาแอพไทยรุ่นใหม่ให้แจ้งเกิดได้บนเวทีโลก
แน่นอนว่าแค่การจัดโครงการให้นักพัฒนาแอพฯ รวมทีมคิดแอพฯ และประกวดแข่งขันกัน อาจทำให้ได้แอพฯ ที่ดีสำหรับให้บริการในประเทศไทย แต่ถ้าจะก้าวไปถึงระดับโลกซึ่งตลาดเปิดกว้างอยู่แล้ว แอพฯ ต้องมีดีกว่านั้น และกระทิงยังได้ชวนเพื่อนที่เป็นเสมือนเจ้าพ่อวงการแอพ แม็ต มันเดย์ อดีตหัวหน้าทีมบรรณาธิการ แอปเปิล สโตร์ หนึ่งในผู้ที่คัดเลือกแอพขึ้นหน้าแรกในแอพสโตร์ และพอล แจ๊สเตอร์เซบสกี้ ทำหน้าที่เดียวกันที่กูเกิลเพลย์ของแอนดรอยด์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาเกมบนมือถือ มาร่วมเปิดวิสัยทัศน์ พร้อมแนะนำผู้สมัครทั้ง 20 ทีม เพื่อเป็นข้อคิดในการปรับปรุงพัฒนาแอพให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งมาเอเชียครั้งแรกของทั้งสองคน
แม็ต บอกว่า แอพที่ดีต้องเกิดจากการคิดนอกกรอบ ใช้งานง่าย รวดเร็ว สวยงาม สนุก ให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้ มีความเป็นนวัตกรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ อาจเป็นสิ่งง่ายๆ แต่เซอร์ไพรส์คนใช้งานจนชินกับรูปแบบการใช้ เช่น แอพฯโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่ใช้การดึงลงเพื่อรีเฟรชหน้าจอ แม้จะดูง่ายๆ แต่ผ่านการคิดมาเป็นอย่างดี
“การทำแอพให้ดีเป็นส่วนสำคัญ เพราะโอกาสที่คนจะดาวน์โหลดไปใช้แล้วประทับใจมีครั้งเดียว ถ้าไม่ใช่โดนลบทิ้งทันที ดังนั้น จงให้ความสำคัญกับการออกแบบแอพ อาจต้องตัดงบพัฒนาด้านอื่นๆ แล้วมาจ้างคนออกแบบดีไซน์” แม็ต กล่าว
พอล เสริมว่า จำนวนคนไม่ต้องมาก ฟรุตนินจา ใช้ 3 คนในการสร้างเกม อินสตาแกรมใช้ 13 คน เพื่อพัฒนาแอพทั้งหมด ขอแค่มีส่วนผสมที่ลงตัว และต้องรู้จักใช้งานหน้าจอสัมผัสให้ดี เหมือนเกมแองกรี้เบิร์ด เพราะเกมที่ใช้ประโยชน์จากหน้าจอทัชสกรีนจริงๆ ยังมีอยู่น้อยมาก และต้องออกแบบเกมให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่มีขนาดแตกต่างกันด้วย
สำหรับแอพฯ ที่เป็นเกมนั้น แม้จะมีการแข่งขันที่สูงมาก แต่ พอล เน้นชัดเจนว่า เกมมีตลาดที่ใหญ่ที่สุด เด็ก 2 ขวบที่เริ่มใช้แท็บเล็ตเป็นครั้งแรกก็สามารถเล่นเกมได้แล้ว คนแก่สูงอายุกว่า 90 ปี ก็เล่นเกมเพื่อความบันเทิงเช่นกัน ตลาดแอพทั่วโลกมากกว่า 50% คือแอพเกม โดยเฉพาะตลาดที่คนมองข้ามคือ เกมสำหรับผู้หญิงที่มีโอกาสอีกมาก
เมื่อมีแอพที่ดีแล้ว ส่วนต่อมาคือช่องทางการขายและการทำตลาด ที่มักจะเป็นจุดบอดของนักพัฒนาแอพ ตลาดที่ใหญ่อยู่ในอเมริกาและยุโรป แอพจากไทยต้องมีที่ปรึกษาช่วยแนะนำในการทำตลาด และต้องระวังเรื่องกำแพงภาษาที่เป็นอุปสรรคสำคัญด้วยเช่น แอพฯ ด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่เป็นแอพฯ ที่มาแรงอยู่เสมอ ต้องพัฒนาไปสู่ความเฉพาะทางมากขึ้น เมื่อเฟซบุ๊กคือ โซเชียลเน็ตเวิร์กในวงกว้าง แต่ผู้ใช้ก็ต้องการความเฉพาะด้วย เช่น path ซึ่งเป็นแอพฯ โซเชียลเน็ตเวิร์กในกลุ่มเพื่อนเท่านั้นเป็นต้น
สำหรับขั้นตอนการคัดเลือกแอพนั้น แอปเปิลจะทบทวนแอพใหม่ทุกวันพฤหัสบดีในทุกสัปดาห์ ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการ ทีมพัฒนาธุรกิจ และทีมนักพัฒนาแอพ เพื่อให้ได้แอพที่ดีและตรงกับความต้องการของสังคมมากที่สุด เช่นเดียวกับกูเกิลเพลย์ที่อัพเดทใหม่สัปดาห์ละครั้ง โดย 3 ทีมเช่นกัน
หลายครั้งแอพฯ ต่างๆ ใช้เวลานานกว่าจะผ่านการรับรองโดยแอปเปิล แต่นั่นก็ทำให้ผู้ใช้มั่นใจว่าแอพฯ ที่ปรากฏขึ้นมานั้นดีจริง และมีการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้กับนักพัฒนาทั่วโลกกว่า 5 ปีที่ผ่านมากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนกูเกิลเพลย์นั้น จุดเด่นคือนักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์แอพฯ และเผยแพร่ได้รวดเร็ว ได้รับเสียงตอบรับเพื่อนำมาปรับปรุงแอพฯ ขั้นต่อไปได้ทันที แต่ก็มีอุปสรรคบ้างเพราะมีอุปกรณ์หลากหลายขนาด หลากหลายคุณลักษณะซึ่งอาจเป็นข้อจำกัด
พอล กล่าวว่า คุณลักษณะของนักพัฒนาแอพที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องกล้าที่จะเสี่ยง คิดอะไรได้ต้องกล้าทำ กล้าพัฒนา ยิ่งตลาดแอพไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องอาศัยเงินทุนมากนัก และการมีตลาดเกมที่เย้ายวนใจ ซึ่งอนาคตเกมบนมือถืออาจจะตีตลาดเกมอื่นๆ เช่น บนคอมพิวเตอร์ และเครื่องคอนโซลได้อีกด้วย จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับคนกล้าเสี่ยง
แม็ต เสริมว่า ความทะเยอทะยานในการพัฒนาแอพใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นส่วนสำคัญ และต้องมาพร้อมกับการทำงานเป็นทีม การเข้าใจผู้ใช้เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม และต้องมีหัวทางธุรกิจเพื่อให้แอพสามารถสร้างรายได้จริง ทั้งหมดจะผสมผสานสู่ความสำเร็จ และมีนักลงทุนสนใจมาร่วมลงทุนด้วย
กระทิง กล่าวปิดท้ายว่า ดีแทคได้เตรียมพัฒนาระบบเซอร์วิส เดลิเวอรี่ แพลตฟอร์ม หรือเอสดีพี ซึ่งจะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ดีแทคกลายเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงลูกค้าของดีแทคได้ มีรูปแบบการเก็บเงินที่ชัดเจน กล่าวได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักพัฒนาแอพอย่างแท้จริง เพราะมีช่องทางสร้างรายได้จากแอพที่พัฒนาขึ้นผ่านดีแทคที่เป็นตัวกลาง
“แม็ตและพอลจะให้ความเห็นกับทีมนักพัฒนาที่เข้ารอบ และทุกแอพที่ได้รับการพัฒนาจนออกสู่ตลาดได้สำเร็จ ไม่ต้องเป็นแอพสำหรับดีแทคเท่านั้น แต่ลูกค้าของผู้ใช้บริการทุกรายทั้งในไทยและทั่วโลกก็ต้องสามารถเข้าถึงแอพนี้ ขอเพียงส่วนพิเศษให้ลูกค้าดีแทคเล็กน้อยก็พอ” กระทิง กล่าวปิดท้าย







