posttoday
มิตซูฯ ชี้ปีนี้ปีทองผู้ซื้อรถส่งแอททราจ4ประตูลุยอีโคคาร์/เพิ่มส่งออก

มิตซูฯ ชี้ปีนี้ปีทองผู้ซื้อรถส่งแอททราจ4ประตูลุยอีโคคาร์/เพิ่มส่งออก

22 พฤษภาคม 2556

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

หลังจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทของรัฐบาลสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 (ม.ค.มี.ค.) ยังค่อนข้างไปได้สวยอยู่ เนื่องจากกินบุญเก่าส่งมอบรถยนต์ค้างส่งจากโครงการดังกล่าว

แต่หลังจากเดือน เม.ย.เป็นต้นไป ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศผู้ผลิตรถยนต์ อาจจะต้องมีการปรับตัวมากขึ้น สังเกตได้จากโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆ ในตลาด โดยเฉพาะรถในกลุ่ม รถอีโคคาร์ และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนั้น โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้สะท้อนมุมมองภาพรวมตลาดให้ฟังว่า ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.มี.ค.) มิตซูบิชิเองยังมีตัวเลขยอดค้างส่ง (แบ็กออร์เดอร์) อยู่ประมาณ 2 เดือน ซึ่งน่าจะลดลงและเคลียร์การส่งมอบได้ไปแล้ว แต่พบกับปัญหาลูกค้าไม่พร้อมรับรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เลื่อนการรับออกไปก่อน โดยจากปัจจัยดังกล่าวประกอบกับบรรยากาศการซื้อขายที่หายไป จึงมองว่าตลาดปีนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

มองว่าหากรัฐบาลกำหนดให้ต้องรับรถในโครงการคืนภาษีรถคันแรก คนที่เลื่อนรับรถไปจะมีความกระตือรือล้นมากขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้อาจจะมีผลต่อการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าของผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์)

“เห็นได้จากภาพรวมตลาดมียอดขายลดลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเดือน มี.ค.มียอดขายรวมอยู่ที่ 1.5 แสนคัน แต่พอมาถึงเดือน มี.ค.ยอดลดลงมาอยู่ที่ 1.05 แสนคัน ซึ่ง 5 เดือนแรกของปี ภาพรวมตลาดอยู่ในระดับเฉลี่ยเดือนละ 1 แสนคัน หรือรวมประมาณ 56 แสนคัน ซึ่งอีก 7 เดือนหลัง มีความเป็นไปได้ที่อาจจะขายไม่ได้ถึงระดับ 1 แสนคัน ซึ่งคาดการณ์รวมอยู่ทั้งปีจะลดลงเหลือ 1.2 ล้านคัน จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.4 ล้านคัน” โนบุยูกิ กล่าว

ทำให้เห็นว่าการแข่งขันด้านโปรโมชั่นและแคมเปญจะรุนแรงอย่างมากในช่วงต้นปี นั่นเป็นเพราะปัจจัยดังกล่าวเพื่อระบายสต๊อกสินค้า ซึ่งถือได้ว่าตอนนี้น่าจะสูงที่สุดสำหรับโปรโมชั่นแล้ว และคาดว่าหลังจากนี้ 23 เดือนจะกลับสู่สภาวะปกติ

“ปีก่อนถือได้ว่าเป็นปีทองของผู้ผลิตที่มียอดขายสูง แต่ปีนี้เป็นปีทองของผู้บริโภคจากแคมเปญที่ได้จากการแข่งขันที่ดุเดือด” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ กล่าว

ดังนั้น จึงเป็นห่วงในช่วงครึ่งปีหลังว่าภาพลักษณ์จะเป็นอย่างไร เพราะทุกคนระมัดระวังการใช้จ่าย และกังวลจากบรรยากาศการซื้อขายที่ไม่ค่อยดีนัก

อย่างไรก็ตาม ในทุกประเทศที่มีการกระตุ้นการใช้จ่ายพิเศษของรัฐบาล ดังเช่น โครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทของรัฐบาลไทย และเมื่อสิ้นสุดลงจะมีปัญหาต่อจิตวิทยาของผู้บริโภค แต่ยังโชคดีที่ประเทศไทยมีสภาวะเศรษฐกิจยังดีอยู่ไม่มีปัจจัยกระทบอื่นๆ เสริมอีก

“ปีก่อนตลาดวิ่งเต็มที่แต่มาถึงปีนี้หยุดไม่ทัน และมีบางช่วงอาจสะดุดนิดหน่อยจากการส่งมอบและยกเลิกการจอง” โนบุยูกิ กล่าว

ดังนั้นจึงมองว่า ในปีนี้เราอาจจะต้องมีการปรับการส่งออกมากขึ้น เป็นเพราะยอดขายในประเทศอาจน้อยลง โดยปรับเพิ่มเป็นส่งออก 40% ในประเทศ 60% จากเดิมส่งออก 30% ในประเทศ 70% ในปีที่ผ่านมา

หลังจากบริษัทลงทุนในโรงงานแห่งที่ 3 ซึ่งผลิตรถยนต์อีโคคาร์โดยเฉพาะ ซึ่งมีการผลิตและเปิดตัว “มิตซูบิชิ มิราจ” ไปแล้วนั้น ล่าสุดบริษัทได้เตรียมเปิดตัว “มิตซูบิชิ แอททราจ” รถอีโคคาร์ 4 ประตู ในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวที่ช่วยดันยอดขายของบริษัทให้อยู่ในระดับที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10% ของตลาดรวม 1.2 ล้านคัน ในปี 2556 นี้

“เราไม่กังวลการเปิดตัวของรถรุ่นดังกล่าว ในขณะที่ตลาดอยู่ในสภาวะที่อาจไม่ค่อยดีนัก แต่มองว่าจะช่วยเสริมทัพผลิตภัณฑ์ทำให้คึกคักมากยิ่งขึ้น” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวต่อ

นอกจากนี้ มิตซูบิชิยังมองถึงการส่งออกในอาเซียน ซึ่งถือได้ว่าเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วน 60% ของยอดขายรวม มิตซูบิชิทั่วโลก ซึ่งในอนาคตประเด็นค่าเงินบาทหากยังคงแข็งค่าต่อเนื่องระยะยาว บริษัทคงต้องปรับลดต้นทุนการผลิต และใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69