posttoday
คุมเงินไหลเข้าไม่พอต้องลดดอกเบี้ย

คุมเงินไหลเข้าไม่พอต้องลดดอกเบี้ย

22 พฤษภาคม 2556

หมายเหตุ : สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดสัมมนา Focus Group เรื่อง “ทิศทางค่าเงินบาทกับมาตรการลดผลกระทบในเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมภาคการผลิต” เนื้อหาน่าสนใจดังนี้

หมายเหตุ : สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดสัมมนา Focus Group เรื่อง “ทิศทางค่าเงินบาทกับมาตรการลดผลกระทบในเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมภาคการผลิต” เนื้อหาน่าสนใจดังนี้

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การที่เงินบาทซึ่งอ่อนค่ามาอยู่ 29.729.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากต้นปีประมาณ 2% ถือว่าใกล้เคียงกับสกุลอื่นในภูมิภาค แต่การที่เศรษฐกิจโลกและเอเชียมีแนวโน้มเติบโตนี้ การคาดหวังให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐย่อมเป็นไปได้ยาก

สาเหตุเพราะ นอกจากเศรษฐกิจเอเชียที่เติบโตแล้ว สภาพคล่องในโลกยังมีอยู่มากจากการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) โดยกรณีของเงินเยนที่อ่อนค่าลง ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำนี้ คาดว่าจะทำให้เห็นการกู้เงินเยนออกมาลงทุนในต่างประเทศเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงกว่าในประเทศ (เยนแครี่เทรด) มากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ในแนวโน้มที่เงินบาทจะแข็งค่าขึ้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่กับเงินบาทที่ทยอยแข็งค่าขึ้นในระยะยาวได้ โดยในส่วนของผู้ส่งออกสามารถลดความเสี่ยงให้ธุรกิจด้วยการใช้เงินสกุลเงินบาทหรือสกุลเงินของคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเงินเหรียญสหรัฐ ตั้งราคาขายสินค้าในระดับราคาที่รับความเสี่ยงได้ พร้อมกับเปลี่ยนตลาดส่งออกไปสู่ตลาดที่ไม่มีปัญหาค่าเงินผันผวน ทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

กอบศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แม้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า แต่ก็ควรดูแลค่าเงินให้สอดคล้องไปกับภูมิภาค เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย มีการออกมาตรการที่เอื้อให้การป้องกันความเสี่ยงง่ายขึ้น ตั้งกองทุนช่วยผู้ส่งออกในการปรับตัวเปลี่ยนเครื่องจักร ช่วยให้การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นไปได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการเลือกใช้มาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายควรใช้ระยะสั้น เพื่อส่งสัญญาณให้นักลงทุนรู้ว่าทางการไทยมีมาตรการดูแลเท่านั้น เพราะจากประสบการณ์ทั้งในบราซิลและในไทยก็แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังคงหาช่องทางในการเข้ามาเก็งกำไร แต่ที่ควรดำเนินการให้เกิดขึ้นระยะยาวคือปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้เกิดประสิทธิภาพให้รับกับการแข็งค่าในระยะยาวของเงินบาท

บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงตอนนี้เกิดจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐเป็นหลัก แต่ในระยาวเงินบาทจะยังถูกกดดันให้แข็งค่าขึ้นในระยะ 2 ปีต่อจากนี้ เนื่องจากการทำมาตรการคิวอีของเศรษฐกิจหลักของโลกคือสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น

“ธปท.จะต้องมีมาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย แต่มาตรการเหล่านี้ใช้ระยะยาวไม่ได้ ต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยควบคู่กัน” บันลือศักดิ์ เสนอแนะ

บันลือศักดิ์ เชื่อว่า การที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่ได้สูงอย่างที่คาดไว้ ทำให้คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยลงรวม 0.5% แต่การที่เริ่มมีสัญญาณฟองสบู่ทั้งในตลาดหุ้นและในอสังหาริมทรัพย์ ธปท.ควรจะมีการออกมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อสกัดทั้งฟองสบู่และหนี้ครัวเรือน โดยที่ควรดูแลมากที่สุดคือในสถาบันการเงินของรัฐที่สินเชื่อเติบโตสูงมาก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ