
ประกันเครือแบงก์ซิวส่วนแบ่ง
ส่วนแบ่งการตลาดของ 3 บริษัทประกันยักษ์ใหญ่ถูกลดทอนลง หลังบริษัทที่มีช่องทางขายผ่านแบงก์เติบโตต่อเนื่อง
ส่วนแบ่งการตลาดของ 3 บริษัทประกันยักษ์ใหญ่ถูกลดทอนลง หลังบริษัทที่มีช่องทางขายผ่านแบงก์เติบโตต่อเนื่อง
โดย วารุณี อินวันนา
3 บริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ที่เคยครองส่วนแบ่งการตลาดรวมกัน 75% เมื่อ 12 ปีก่อน ได้สูญเสียส่วนแบ่งไปถึง 35% โดยไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเหลือเพียง 40% ขณะที่รายชื่อบริษัทที่มีการเติบโตสูงทั้งเบี้ยรับปีแรก และเบี้ยรับรวม อันดับ 2 และ 3 กำลังถูกจับจองจากผู้เล่นที่เคยอยู่อันดับ 4 และ 5 ที่มีธนาคารเป็นช่องทางขายที่ทรงพลัง
ย้อนหลังกลับไป 12 ปีก่อน หรือในปี 2544 ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยรวมกันทั้งระบบ 9.16 หมื่นล้านบาท บริษัทเอไอเอ สาขาประเทศไทย บริษัทไทยประกันชีวิต และบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกัน 75% แต่ ณ ไตรมาส 1 ปี 2556 เบี้ยรับรวมของธุรกิจทั้งระบบ 1.09 แสนล้านบาท แต่ละบริษัทมีเบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนแบ่งการตลาดรวมกันของ 3 บริษัทลดเหลือ 40%
เอไอเอ จากที่เคยมีส่วนแบ่งการตลาด 50% เมื่อ 12 ปีก่อน ลดลงเหลือ 24% หายไป 52% บริษัทไทยประกันชีวิต จาก 18% ลดลงเหลือ 11% หายไป 38.88% และ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา จาก 7% เหลือ 5% หายไป 28.57% เป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดลดลง เพราะ 2 บริษัทแรกมีการทำตลาดผ่านช่องทางตัวแทนเป็นหลัก
ขณะที่ ผู้เล่นที่กำลังมาแรงแซงโค้งอย่างบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต บริษัทกรุงไทย แอกซ่าประกันชีวิต ที่เคยมีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันเมื่อ 12 ปีก่อน แค่ 12% สามารถคว้าส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องล่าสุด ณ ไตรมาส 1 ปี 2556 เพิ่มขึ้นมาเป็น 44% ซึ่งเป็นผลจากทั้ง 4 บริษัทมีช่องทางการขายผ่านธนาคารเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งช่องทาง และ กำลังเป็นช่องทางที่มีศักยภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ต้องจับตามองบริษัทพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) ที่ได้เข้าซื้อบริษัทธนชาตประกันชีวิต และ สัญญาการขายผ่านสาขาธนาคารธนชาต 630 แห่งทั่วประเทศเป็นระยะเวลา 15 ปี จะขึ้นมาเป็นหนึ่งในคู่แข่งขันที่จะมาชิงส่วนแบ่งการตลาดจากบริษัทเอไอเอ สาขาประเทศไทย บริษัทไทยประกันชีวิต และ บริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิตในอนาคต
ทั้งนี้ ไตรมาสแรกของปี 2556 อันดับ 1 ยังคงเป็นบริษัทเอไอเอ ที่คาดว่าจะยังไม่มีใครโค่นได้ง่ายๆ แต่ส่วนแบ่งการตลาดอาจจะลดลงหากยังคงมุ่งขายผ่านตัวแทนเป็นหลัก แต่ผู้ที่ขึ้นมายืนอันดับ 2 และ 3 ได้เปลี่ยนหน้าไปแล้ว โดยบริษัทไทยประกันชีวิต ที่เคยครองอันดับ 2 มายาวนาน ได้สูญเสียอันดับทางการตลาดให้กับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา หล่นไปอยู่อันดับ 3 และ ในไตรมาสแรกของปีนี้ หล่นไปอยู่อันดับ 4 สูญเสียอันดับ 3 ให้กับบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ที่มีธนาคารพาณิชย์เป็นช่องทางขายหลักในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอนที่สุด บริษัทที่ได้เปรียบไม่ใช่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในอาชีพ และเป็นองค์กรเก่าแก่ มีพนักงานที่จงรักภักดีสูงสุด แต่กลายเป็นบริษัทที่มีธนาคารเป็นตัวช่วยที่ทรงพลังในการเข้าถึง และ เห็นว่าลูกค้าแต่ละคนมีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ ง่าย เร็ว ต้นทุนต่ำ







