posttoday
เคพีเอ็มจีไทยรุกอาเซียนลุยธุรกิจให้คำปรึกษา

เคพีเอ็มจีไทยรุกอาเซียนลุยธุรกิจให้คำปรึกษา

20 พฤษภาคม 2556

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

เมื่อนักลงทุนไทยสนใจไปลงทุนในต่างประเทศ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญคือ ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เพื่อชี้แนะแนวทางในการเตรียมพร้อมและวางแผนที่ดี

ไขศรี เนื่องสิกขาเพียร กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิชัย โฮลดิ้งส์ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ กล่าวว่า บริษัททำหน้าที่ช่วยเหลือนักลงทุนไทยที่ต้องการออกไปลงทุนในต่างประเทศ และนักลงทุนจากทั่วโลกที่ลงทุนอยู่ในเมืองไทย หรือที่ลงทุนอยู่นอกเมืองไทย โดยให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ภาษี รวมทั้งประสานงานให้ลูกค้าในทุกเรื่อง เช่น การแนะนำคู่ค้า หาแหล่งการลงทุนที่เหมาะสม แนะนำแหล่งเงิน ให้คำปรึกษาเมื่อลูกค้าพบเจอกับปัญหาต่างๆ วางแผน และพยากรณ์ถึงปัญหาที่คาดว่าลูกค้าจะพบเจอ เพื่อช่วยวางแผนรับมืออย่างเหมาะสม

ในฐานะบริษัทระดับโลก ได้มีการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อยู่ในแต่ละประเทศ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าได้ทันท่วงที การเข้าไปอยู่ในประเทศนั้นๆ จะทำให้รับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าว่าอยากได้อะไร โดยความสัมพันธ์จะเป็นมากกว่าลูกค้า แต่เป็นเหมือนหุ้นส่วนทางธุรกิจ ซึ่งทำให้ลูกค้าไว้วางใจที่จะทำงานร่วมกัน

จากการที่เมียนมาร์เปิดประเทศและการเติบโตอย่างรวดเร็วภายในภูมิภาคอาเซียน ทำให้บริษัทแม่ได้มอบหมายให้บริษัทในเมืองไทยดูแลลูกค้าในประเทศที่เปิดใหม่ด้วย อย่างใน ลาว บริษัทเข้าไปทำธุรกิจมานานกว่า 10 ปีแล้ว ธุรกิจภาคการผลิตขนาดใหญ่ในลาวมีไม่มาก การทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีน้อย ธุรกิจส่วนใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในลาว ได้แก่ ธุรกิจเหมือง เกษตร ยางพารา น้ำตาล อ้อย และในปัจจุบันธุรกิจด้านการเงินการธนาคาร ประกันภัย และพลังงานจะเติบโตขึ้นอย่างมาก ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ไปลงทุนในลาวเพื่อเป็นฐานการผลิต

ลูกค้าส่วนใหญ่ในลาวจะเป็นกลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มที่ไม่หวังผลกำไร และนักลงทุนจากทั่วโลกที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในลาว เพราะลาวยังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจน้อย แต่ติดปัญหาเรื่องคนทำงานหายาก โดยเฉพาะในระดับผู้เชี่ยวชาญและแรงงานที่มีทักษะ ตลอดจนธรรมชาติของคนลาวจะไม่เร่งรีบ เพราะเมืองยังไม่ถูกพัฒนาให้เป็นเมืองใหญ่ การลงทุนยังอยู่ในเฉพาะบางพื้นที่ ผู้คนยังไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน

ขณะที่ เมียนมาร์ แต่เดิมเคยเข้าไปตั้งสำนักงานมาแล้ว แต่เมื่อถูกมาตรการคว่ำบาตรจากมหาอำนาจ จึงหยุดทำงานอย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังคงให้บริการลูกค้าเดิมที่มีอยู่ จนปัจจุบันเมื่อเมียนมาร์เปิดประเทศก็ได้ไปเปิดสำนักงานตัวแทนเพื่อให้บริการนักลงทุน

กลุ่มลูกค้าที่สนใจเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคและโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทจะมีการจัดทริปให้กับลูกค้า เพื่อเตรียมความพร้อมให้ลูกค้าในเรื่องข้อมูล ได้ไปเห็นสถานที่จริง ไปพบเจอกับคู่ค้าก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุน

แต่การลงทุนในเมียนมาร์ยังมีความเสี่ยงหลายอย่าง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อาคารสำนักงาน บ้านเช่า ยังมีไม่เพียงพอ และราคาปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ระบบการเงินการธนาคารยังไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจถึงข้อจำกัดของแต่ละประเทศ โดยบางปัญหาก็นึกไม่ถึงว่าจะเกิด หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่จริงๆ

กลุ่มลูกค้าของบริษัทแต่เดิมจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการคำปรึกษาในเรื่องเฉพาะทางเท่านั้น เช่น ด้านการบัญชีในแต่ละประเทศ หรือการตรวจสอบบัญชี เพราะบริษัทขนาดใหญ่มีแผนกที่ทำหน้าที่วางแผน ประเมินความเสี่ยงให้อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันจะเห็นลูกค้าที่เป็นเอสเอ็มอีเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เพราะเห็นถึงโอกาสในการออกไปขยายตลาด และมีกำลังไม่พอที่จะมาให้ความสนใจเรื่องกฎระเบียบต่างๆ เพราะต้องเน้นเรื่องการผลิต การขาย ดังนั้น จึงเลือกที่จะเข้ามาใช้บริการบริษัทที่ปรึกษา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการออกไปต่อสู้ต่างแดน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ