posttoday
ยกระดับค้าชายแดน

ยกระดับค้าชายแดน

20 พฤษภาคม 2556

ภายใต้เศรษฐกิจแบบเปิดของอาเซียน หรือ AEC ซึ่งในอีกเกือบ 3 ปีข้างหน้า ก็จะทำให้ตลาดในภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นตลาดเดียวกัน และเป็นฐานการผลิตร่วมกัน โดยที่ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา โดยโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสะพานและถนนที่มีระยะทางสั้นๆ สามารถเชื่อมโยงกับประเทศจีนตอนใต้ และเวียดนาม ทำให้เป็นข้อได้เปรียบ และเอื้อต่อการส่งเสริมการค้าของไทย

ภายใต้เศรษฐกิจแบบเปิดของอาเซียน หรือ AEC ซึ่งในอีกเกือบ 3 ปีข้างหน้า ก็จะทำให้ตลาดในภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นตลาดเดียวกัน และเป็นฐานการผลิตร่วมกัน โดยที่ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา โดยโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสะพานและถนนที่มีระยะทางสั้นๆ สามารถเชื่อมโยงกับประเทศจีนตอนใต้ และเวียดนาม ทำให้เป็นข้อได้เปรียบ และเอื้อต่อการส่งเสริมการค้าของไทย

แนวโน้มการค้าชายแดนของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน นับวันจะมีบทบาทสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจ เห็นได้จากตัวเลขการค้าชายแดนในปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 912,500 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 1314% คาดว่าปีนี้ตัวเลขการค้าชายแดนของไทยคงทะลุหลัก 1.05 ล้านบาทอย่างแน่นอน

หากมาดูตัวเลขรายประเทศ จะเห็นว่าเราค้าขายกับมาเลเซียสูงสุดถึง 58% ตามมาด้วยเมียนมาร์ 19.5% สปป.ลาว 14.4% และกัมพูชา 8.1% หันกลับมาดูคำนิยามของการค้าชายแดน ซึ่งหมายถึงการค้าในระดับท้องถิ่น เป็นการค้าสินค้าพื้นฐานข้ามแดน โดยผู้ประกอบการท้องถิ่น การชำระเงินส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลบาท และมักชำระกันด้วยระบบเงินสด อาศัยความรู้จักและเชื่อใจกันเป็นสำคัญ

ปี 2556 การค้าชายแดนของไทยจะมีตัวเลขอยู่ใน GDP ถึง 9% เทียบเท่ากับการส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกา บวกกับการส่งออกไปกลุ่มประเทศอียูอีกครึ่งหนึ่ง จะเห็นได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย ขณะที่การค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีความยุ่งยากทั้งด้านมาตรฐานและการกีดกันที่น้อยกว่ามาก ดังนั้น คำจำกัดความของการค้าชายแดนแบบเดิมๆ อาจต้องนิยามกันใหม่

ตัวเลขการค้าชายแดน ซึ่งสูงขนาดนี้ จำเป็นที่ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐจะต้องให้ความสนใจในตัวเลขการค้าชายแดนของไทย ถึงแม้ว่าจะมีความกังขาว่า ตัวเลขที่ส่งออกข้ามแดนไปมาเลเซีย น่าจะเป็นการส่งสินค้า โดยเฉพาะยางพารา ข้ามแดนไปสู่ประเทศที่ 3 หากแยกตัวเลขที่ชัดเจน ระหว่าง การค้าที่เป็นการค้าชายแดน (Cross Border Trade) กับการค้าที่ข้ามพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านไปสู่ประเทศที่ 3 (Transit) ก็จะสามารถกำหนดกลยุทธ์ และยุทธศาสตร์ได้ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราก็มีการพัฒนาเป็นลำดับ และเริ่มจะให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผ่านแดนจากประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งในระยะยาวก็คงมีมาตรการต่างๆ ในการควบคุมสินค้านำเข้าและส่งออก เห็นได้จากบางประเทศมีความเข้มงวดในการเปิดด่านถาวร จำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาช่องทางการค้า ซึ่งตลอดทั้งชายแดนมีมากกว่า 89 ช่องทาง โดยจะต้องยกระดับด่านชายแดนที่มีศักยภาพ

ปัจจุบันมีโครงสร้างพื้นฐานที่ค่อนข้างพร้อมที่จะรองรับการค้าในอนาคต แต่ประเด็นจะต้องเชื่อมโยงภาคเศรษฐกิจให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้เป็นจุดที่ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ ทั้งด้านขนส่ง ด้านศุลกากร ด้านใบอนุญาต และอื่นๆ ซึ่งไทยกับประเทศเพื่อนบ้านยังขาดความสอดคล้องและเชื่อมโยง

ทั้งนี้ การส่งเสริมการค้าชายแดนในอนาคตภายใต้การเชื่อมโยงของ AEC ไทยซึ่งอยู่ตรงศูนย์กลางของภูมิภาค เป็นจุดที่มีความได้เปรียบ โดยรูปแบบการค้าในอนาคต การขนส่งทางถนนจะมีบทบาทสำคัญต่อการค้าในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีแผ่นดินติดต่อกันที่เรียกว่า ASEAN Main Land ซึ่งรวมถึงประเทศจีนตอนใต้ หากประเทศไทยไม่อยากเสียโอกาส จำเป็นที่จะต้องยกระดับจากการค้าระดับท้องถิ่นไปสู่การค้าที่เป็นแบบสากล

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ