posttoday
สัญญาณจากเฟด จะชี้ทิศทางตลาดหุ้น

สัญญาณจากเฟด จะชี้ทิศทางตลาดหุ้น

20 พฤษภาคม 2556

หลังวิ่งขึ้นมาเกือบ 11% โดยใช้เวลาเพียง 5 สัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยเริ่มชะลอตัว แม้ได้แรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นมือถือ และการเพิ่มหุ้น 4 ตัว อันได้แก่ INTUCH, TRUE, HMPRO, MINT เข้าไปในดัชนี MSCI Global Standard และอีก 20 หุ้น เข้าไปในดัชนี MSCI Global Small Cap ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น

หลังวิ่งขึ้นมาเกือบ 11% โดยใช้เวลาเพียง 5 สัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยเริ่มชะลอตัว แม้ได้แรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นมือถือ และการเพิ่มหุ้น 4 ตัว อันได้แก่ INTUCH, TRUE, HMPRO, MINT เข้าไปในดัชนี MSCI Global Standard และอีก 20 หุ้น เข้าไปในดัชนี MSCI Global Small Cap ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น

ทิศทางหุ้นสัปดาห์นี้จะขึ้นกับสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประธานเฟดจะให้ความเห็นต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ สภาคองเกรส ในวันพุธ ในวันเดียวกันจะมีการเปิดเผยรายงานประชุมเฟดครั้งล่าสุดอีกด้วย

ตลาดการเงินโลกจะเฝ้าถอดรหัสสัญญาณจากเฟดว่า จะลดขนาดมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจก่อนสิ้นปีหรือไม่ หลังเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น รวมถึงตลาดแรงงานที่เฟดใช้เป็นตัวชี้วัดผลการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ขยายตัวดีเกินคาด เป็นสัญญาณล่าสุดที่ชี้ว่า ชาวอเมริกันไม่สนใจมาตรการขึ้นภาษีและปรับลดการใช้จ่ายภาครัฐ

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะลดการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 23 เดือนข้างหน้า หากผิดคาดจะดันค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งเร็วขึ้น ซึ่งอาจสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ตลอดจนตลาดหุ้นอีเมอร์จิ้ง

สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐช่างแตกต่างจากของยูโรโซนที่หดตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6 และกำลังเผชิญกับภาวะเงินฝืด ทำให้ธนาคารกลางยูโร (ECB) ส่งสัญญาณอาจลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมครั้งถัดไป

ด้านญี่ปุ่นยังคงเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ผ่านการผ่อนคลายทั้งนโยบายการเงิน การคลัง ยังผลให้ค่าเงินเยนอ่อนฮวบ ทะลุ 103 เยน/ดอลลาร์ ขณะที่เศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัวถึง 3.5%

ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก ฉุดทองคำสู่ช่วงขาลง ศุกร์ที่ผ่านมาปิดอยู่ที่ 1,364.7 ดอลลาร์/ออนซ์

ส่วนปัจจัยในประเทศ สภาพัฒน์จะรายงานจีดีพีไตรมาสแรกในวันจันทร์ กนง.จะประชุมในสัปดาห์ถัดไป ในวันที่ 29 พ.ค. แรงกดดันเงินเฟ้อที่ลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งจากการลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ และผลจากบาทแข็ง กอปรกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แผ่วลง ตามทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจโลก จึงมีพื้นที่อยู่บ้างในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม กนง.ปลายเดือนนี้

ด้านสถานการณ์การเมือง ต้องติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ปรองดองที่อาจถูกเสนอต่อสภาผู้แทนฯ ในวันที่ 23 พ.ค.นี้

นอกจากนั้น ช่วง 23 สัปดาห์ข้างหน้า ให้จับตาการปรับประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายรายหุ้นว่ามีมากน้อยแค่ไหน หลัง บจ.ส่วนใหญ่รายงานงบไตรมาสแรกออกมาดีตามคาด ถึงดีเกินคาด

อย่างไรก็ดี แม้ระยะยาวหุ้นไทยยังมีแนวโน้มแกว่งขึ้นสู่เป้าหมาย 1,700 จุดในปีนี้ แต่ระยะสั้นดัชนีวิ่งขึ้นมาเร็ว จะเผชิญกับแรงขายทำกำไรตามแนวต้านสำคัญ 1,640 และ 1,680 จุด ตามลำดับ แนะทยอยลดพอร์ตเทรดดิ้งตามแนวต้าน ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,600 และ 1,580 จุด ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ