
อสมทเร่งปั้นรายได้หลังโค้งแรกวืดเป้า
อสมท ฮึดไต่ยอด 6,500 ล้านบาท ไตรมาสแรกเป้าวืด เชื่อฟื้นหลังขึ้นค่าโฆษณา เล็งคลอดเอ็มคอทซิตี้ปี 2560
อสมท ฮึดไต่ยอด 6,500 ล้านบาท ไตรมาสแรกเป้าวืด เชื่อฟื้นหลังขึ้นค่าโฆษณา เล็งคลอดเอ็มคอทซิตี้ปี 2560
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสแรก อสมท ทำรายได้ 1,390 ล้านบาท ถือว่าเติบโต 4-5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบกับเป้ารายได้ทั้งปีแล้ว ยอมรับว่าต่ำกว่าที่ตั้งไว้เล็กน้อย
“ถือเป็นเรื่องปกติที่รายได้ต่ำกว่าเป้าหมายบ้าง เนื่องจากไตรมาสแรกเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของ อสมท อยู่แล้ว และคาดว่าช่วงไตรมาสที่เหลือจะดีขึ้น” นายเอนก กล่าว
ทั้งนี้ นอกจากช่วงโลว์ซีซั่นแล้ว ปัจจัยที่ทำให้รายได้ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ ยังเป็นผลมาจากการปรับผังรายการตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่าผู้บริโภคอยู่ระหว่างการปรับตัวกับรายการใหม่ และเชื่อว่าจะเข้าที่ในช่วงไตรมาส 2 รวมถึงการปรับขึ้นค่าโฆษณาประมาณ 5% ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นตามปกติประจำปี และจะเป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มรายได้ให้กับ อสมท ในปีนี้
สำหรับแนวทางการทำธุรกิจในปีนี้ อสมท จะพัฒนาสู่ผู้ให้บริการด้านโทรทัศน์วิทยุที่ครบวงจร ทั้งให้บริการโครงข่าย ให้บริการช่องรายการ และให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอำนวยความสะดวกต่างๆ
นายเอนก กล่าวว่า ในส่วนของโครงข่ายจะร่วมมือกับพันธมิตรในการลงทุนโครงข่ายทั่วประเทศกว่า 6,500 ล้านบาท ให้ครอบคลุมพื้นที่ ขณะที่ช่องรายการจะประมูล 3 ช่องรายการ คือ เอชดีวาไรตี้ วาไรตี้สแตนดาร์ด และช่องรายการเด็กนั้น อสมท มีกระแสเงินสดประมาณ 4,800 ล้านบาท เชื่อว่าสามารถประมูลด้วยตนเองโดยไม่ต้องหาพันธมิตรร่วมทุน
ขณะที่การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก อสมท จะเปิดให้เช่าใช้อุปกรณ์และเครื่องมือ รวมถึงรับบริหารจัดการช่องรายการให้กับผู้ผลิตรายการใหม่ที่จะได้รับใบอนุญาตช่องบริการสาธารณะ หรือผู้ผลิตรายการอื่นๆ ส่วนนี้จะเป็นรายได้ใหม่ ซึ่งปัจจุบันจะใช้หน่วยธุรกิจ ไนน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทำหน้าที่บริหารงานส่วนนี้
ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับแผนการพัฒนา เอ็มคอทซิตี้ ซึ่งล่าสุดได้ข้อสรุปกับทาง รฟม. ทำสัญญาเช่าพื้นที่ 30 ปี และขยายเป็น 60 ปีได้ เพื่อดำเนินการเป็นพื้นที่ให้บริการครบวงจรด้านการผลิตรายการโทรทัศน์ คาดจะแล้วเสร็จในปี 2560
จากแผนงานต่างๆ ที่วางไว้ในปีนี้ เชื่อว่าจะสามารถทำรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 6,500 ล้านบาท แม้ว่าการแข่งขันจะสูงมาก ทั้งในกลุ่มฟรีทีวี และยังมีทีวีดาวเทียมและทีวีเคเบิลที่มาแย่งส่วนแบ่งตลาดอยู่พอสมควร
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าเมื่อทีวีดิจิตอลเริ่มต้นให้บริการได้ อสมท จะสามารถดึงส่วนแบ่งตลาดกลับมาได้แน่นอน และเชื่อมั่นว่า อสมท ก็มีความพร้อมอยู่แล้วจากแผนงานต่างๆ ที่วางไว้รองรับแล้ว







