
CPNบิ๊กล็อตเพิ่มฟรีโฟลต
จิราธิวัฒน์ขายเพิ่มทุน1หมื่นล้านบล.บัวหลวงเชียร์ซื้อให้เป้า63บาท
จิราธิวัฒน์ขายเพิ่มทุน1หมื่นล้านบล.บัวหลวงเชียร์ซื้อให้เป้า63บาท
CPN บิ๊กล็อต หุ้นกลุ่มจิราธิวัฒน์เพิ่มทุนกว่า 1 หมื่นล้าน หวังเพิ่มสภาพคล่อง บล.บัวหลวง แนะซื้อ
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา หุ้นบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) มีการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) จำนวน 61 รายการ 84.51 ล้านหุ้น มูลค่า 4,290.42 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 50.77 บาท และกระดานต่างประเทศ (CPNF) 1 รายการ จำนวน 7.5 หมื่นหุ้น มูลค่า 3.88 ล้านบาท ราคา 51.75 บาท
ด้านบริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทได้ขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 130,368,000 หุ้น เพื่อเสนอขายต่อบุคคลในวงจำกัด (พีพี) โดยพิจารณาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์จากนักลงทุนสถาบัน (บุ๊คบิวดิ้งส์) จากผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่บริษัทแต่งตั้ง ในราคาเฉลี่ย 50.75 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,616.17 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายบิ๊กล็อตต่ำกว่าราคาตลาดปิดวันก่อน ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้น กดราคามาปิดที่ระดับ 52 บาท ติดลบ 1.25 บาท คิดเป็น 2.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง 5,805.68 ล้านบาท
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี และสายงานบริหารทรัพย์สิน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า รายการบิ๊กล็อตครั้งนี้เป็นการขายหุ้นออกมาของผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือกลุ่มจิราธิวัฒน์ และอีกส่วนเป็นการออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อเสนอขายให้กับนักลงทุนในวงจำกัด (พีพี)
“กลุ่มจิราธิวัฒน์ขายหุ้น เพื่อต้องการเพิ่มสภาพคล่องของหุ้น เนื่องจากขณะนี้มีปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาด หรือฟรีโฟลต ประมาณ 40% ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือสัดส่วน 60%”
ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงออกบทวิเคราะห์ว่า ประหลาดใจเล็กน้อย เรื่องการขายหุ้นของตระกูลจิราธิวัฒน์และอาจสร้างมุมมองเชิงลบที่มีต่อหุ้นในระยะสั้น แต่ทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมและผลกระทบจากหุ้นเพิ่มทุน (ไดลูชั่น) ที่ 2.9% นั้นค่อนข้างน้อย
สำหรับเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนครั้งนี้จำนวน 6,600 ล้านบาท จะทำให้บริษัทสามารถเร่งเดินหน้าแผนการขยายธุรกิจได้ และคาดว่า CPN จะประกาศโครงการออกมาใหม่เพิ่มเติมจากแผนเดิมที่จะเปิดศูนย์การค้า 34 แห่งต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตในระยะยาวแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ดังนั้นกำไรต่อหุ้นที่ลดลงจะเกิดขึ้นเพียงในระยะสั้นเท่านั้น กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นไปตามแผน แม้ว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงมาอยู่ที่เพียง 0.44 เท่า
ทั้งนี้ แผนการขายอสังหาฯ ที่เชียงใหม่และรามอินทราให้กับ CPNRF ยังคงดำเนินการต่อ แม้จะเลื่อนออกไปเล็กน้อยเป็นช่วงปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 ก็ตาม CPN ยังจำเป็นต้องขายสินทรัพย์เพื่อให้พอกับงบลงทุนจำนวนมากที่ 1.41.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ในปี 25562557 และประมาณ 1 หมื่นล้านบาทในปี 2558 (ไม่รวมโครงการที่เพิ่มเข้ามา) โดยคาดกำไรจากการขายจะอยู่ที่ประมาณ 3,800 ล้านบาท และจะถูกบันทึกในไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 คงคำแนะนำ “ซื้อ” หลังจากการเสนอขายหุ้นออกใหม่แก่บุคคลในวงจำกัดจบลง
“คาดว่าจะเห็นปัจจัยบวกซึ่งจะหนุนให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร CPN ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น การประกาศโครงการใหม่และกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์
ดังนั้นหากราคาหุ้นลดลงไปใกล้เคียงกับระดับราคาเสนอขายครั้งนี้ เรามองว่าจะเป็นโอกาสดีในการเข้าซื้อหุ้น ด้วยอัพไซด์ 18% ต่อราคาเป้าหมายที่ 63 บาท ณ สิ้นปี 2556” บล.บัวหลวง ระบุ







