
ออมสินระดมทุนให้รัฐกู้เมินได้ดอกต่ำยันไม่เสี่ยง
ออมสินปรับสัดส่วนปล่อยกู้ เน้นภาครัฐ เพิ่มสินเชื่อเคหะ รักษาเงินกองทุน
ออมสินปรับสัดส่วนปล่อยกู้ เน้นภาครัฐ เพิ่มสินเชื่อเคหะ รักษาเงินกองทุน
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารปรับนโยบายการปล่อยสินเชื่อใหม่ จะเน้นให้สินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อเคหะลดการปล่อยสินเชื่อลูกค้าขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ รวมทั้งลดการให้สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ประกัน เนื่องจากมีผลต่อการตั้งกองทุนสำรองเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ของธนาคาร
“การปล่อยสินเชื่อภาครัฐแม้จะได้มาร์จิ้นน้อย แต่ธนาคารไม่กินเงินกองทุนเพราะถือว่าไม่มีความเสี่ยง ส่วนการปล่อยสินเชื่อเคหะก็จะกินเงินกองทุนเพียง 0.35% แต่การปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันธนาคารจะกินทุน 100% หากปล่อยสินเชื่อเสี่ยงมากจะมีผลทำให้ต้องเพิ่มทุน” นายวรวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินมีการปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่มาก ทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดลงจาก 20% มาอยู่ที่ระดับ 10.811% ในปัจจุบัน” นายวรวิทย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ธนาคารมีกำไรปีละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จะต้องนำกำไรส่งคืนกระทรวงการคลัง 50% ทำให้มีเงินเหลือเพื่อที่จะขยายทุนได้ลดลง ดังนั้น ต้องปรับพอร์ตการให้สินเชื่อให้สอดคล้องกับฐานะเงินทุน
นายวรวิทย์กล่าวว่าแม้ว่าธนาคารจะหันมาเน้นการปล่อยสินเชื่อเคหะ จะจับกลุ่มลูกค้าขนาดกลาง วงเงินกู้ 510 ล้านบาทและประกอบอาชีพอิสระ ไม่มีมีเงินเดือนผ่านธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกับธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)ที่จะเน้นกลุ่มขนาดเล็กวงเงินกู้ไม่เกิน 3ล้านบาท “ที่ต้นทุนการเงินของธนาคารอยู่ที่ 2.7% ซึ่งปัจจุบันธนาคารบริหารต้นทุนได้ดี และ การปล่อยสินเชื่อโครงการตามนโยบายรัฐบาลก็มีอัตราดอกเบี้ยที่ดีอยู่ที่ 3.23.5% และ ไม่มีความเสี่ยงจึงเป็นเหตุผลที่ปีนี้ธนาคารมีนโยบายปล่อยสินเชื่อให้กับภาครัฐเป็นหลัก” นายวรวิทย์กล่าว
นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงาน 4 เดือนแรกธนาคารมีกำไรแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ที่จะต้องได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปีจะได้กำไรตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 .1หมื่นล้านบาท ส่วนเงินการระดมเงินฝากเข้ามาแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะเดือนเม.ย.ที่มีเงินฝากเข้ามามากถึง 78 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะจากเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 100+1 ที่มียอดถึง 7 หมื่นล้านบาท และยังมีเงินฝากจากสลากออมสินล่าสุดลุ้นทองหนัก 100 บาท เข้ามาอีก 2 หมื่นล้านบาท โดยทั้งปีตั้งเป้าระดมเงินฝากเพิ่มสุทธิไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท
ส่วนสินเชื่อช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารปล่อยสินเชื่อรายย่อยได้ไม่มากนักประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากความต้องการใช้เงินยังมีไม่มาก และคาดว่าอาจเพิ่มเป็น 67 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 2 และไปเพิ่มสูงสุดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นปกติของธุรกิจที่มีการแข่งขันทำยอดในช่วงปลายปี
ปัจจุบันธนาคารเข้าไปปล่อยกู้โครงการบริหารจัดการน้ำแล้วทั้งสิ้น 8 หมื่นล้านบาท จากที่มีการประมูล 1.2 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือกระทรวงการคลังจะกู้ให้ครบ 3.5 แสนล้านบาทซึ่งคงไม่ได้ได้เบิกเงินกู้ทั้งหมดทันทีจะทยอยเบิกเงินตามความคืบหน้าของโครงการนายวรวิทย์กล่าวถึงนโยบายการบริหารพอร์ตการลงทุนของออมสินประมาณ 3 แสนล้านบาทยังคงเน้นการลง ทุนด้านพันธบัตร ของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นอกจากนี้ลงทุนในตราสารหนี้ของเอกชน หรือหุ้นกู้ภาคเอกชน มีความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB+ขึ้นไป โดยที่ผ่านมาได้ผลตอบแทนประมาณ 10%หรือประมาณ 3 ,000 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาหุ้นค่อนข้างดี ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ที่หุ้นไม่ดีก็โยกไปลงทุนตราสารหนี้ก็ได้ผลตอบแทนประมาณ 4% ดีกว่าตลาดเงินที่ได้แค่ 2.75%
ทั้งนี้ออมสินไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯหรือเข้าไปร่วมกิจการอื่นๆ นอกจากเป็นไปตามนโยบายรัฐที่มอบหมายให้ออมสินไปซื้อหุ้น เช่น ปัจจุบันออมสินถือหุ้น ทิพยประกันภัย ทิพยประกันชีวิต ธนาคารกรุงไทย ไออาร์พีซี ปตท. บลจ.เอ็มเอฟซี ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กองทุนธนชาติ เครดิตบูโร ฯลฯ และไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออก โดยที่ผ่านมาก็ได้เงินปันผลจากบริษัทต่างๆ







