posttoday
ไทยจับมือFAOพัฒนาโคเนื้อและข้อมูลเกษตร

ไทยจับมือFAOพัฒนาโคเนื้อและข้อมูลเกษตร

15 พฤษภาคม 2556

ก.เกษตรฯ จับมือ เอฟ เอ โอ พัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยโคเนื้อ พร้อมสร้างมาตรฐานข้อมูลเว็บท่าเข้าถึงข้อมูลภาคการเกษตร

ก.เกษตรฯ จับมือ เอฟ เอ โอ พัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยโคเนื้อ  พร้อมสร้างมาตรฐานข้อมูลเว็บท่าเข้าถึงข้อมูลภาคการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟ เอ โอ)  ลงนามเอกสารโครงการความร่วมมือทางวิชาการภายใต้กรอบความร่วมมือระดับประเทศ โดยนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการลงนามระหว่าง นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์  นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และนายฮิโรยูกิ โคนูมะ  ผู้แทนของสำนักงาน เอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

นายยุคล กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการเปิดตัว 2 โครงการแรก ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และ เอฟ เอ โอ คือ โครงการ: Enhancement of Beef Productivity through Animal Identification and Traceability ของกรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของผู้บริโภค  โดยกรมปศุสัตว์ได้รับการช่วยเหลือให้งบประมาณเพื่อศึกษาและจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับในการผลิตผลิตภัณฑ์โคขึ้นมา วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการเลี้ยงโคเนื้อที่มีคุณภาพทั้งด้านสุขภาพ คุณลักษณะที่ดี และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการเลี้ยงและการผลิต ซึ่งจะทำให้มาตรฐานปศุสัตว์ไทยได้รับการพัฒนาและเป็นที่ยอมรับในความปลอดภัยต่อผู้บริโภค  จนสามารถส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ตามวิสัยทัศน์ของกรมปศุสัตว์ “เป็นองค์กรนำการปศุสัตว์ไทยสู่ตลาดโลก”

สำหรับโครงการ “National agro-economic Zoning for Major Crops in Thailand” ของ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะช่วยสนับสนุนนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ  ในการจัดทำเขตการใช้พื้นที่ดินเพื่อการเกษตร หรือโซนนิ่ง เนื่องจากประเทศไทยแม้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรดินและการใช้พื้นดินมีอยู่มาก แต่ยังมีการจัดชุดข้อมูลในรูปแบบที่แตกต่างกันและเข้าถึงได้ยาก ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสร้างมาตรฐานของชุดข้อมูลผ่านเว็บท่า (Web portal) กลาง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลภาคการเกษตรได้ รวมทั้งสามารถนำมาจัดทำการแบ่งเขตเกษตรเศรษฐกิจพืชหลักของประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการที่รัฐบาลสามารถนำไปใช้ในด้านวางแผนและกำหนดนโยบายด้านการผลิตสินค้าหลักของประเทศไทย ส่งเสริมการวางแผนการใช้พื้นที่ดินอย่างเหมาะสม รวมถึงการจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

“การลงนามทั้งสองโครงการในวันนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ทั้งการ สร้างมาตรฐานปศุสัตว์ไทยให้ได้รับการพัฒนา และเป็นที่ยอมรับในความปลอดภัยต่อผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการพัฒนาชุดข้อมูลเว็บท่าเพื่อจัดทำการแบ่งเขตการใช้พื้นที่ดินเพื่อการเกษตรของไทยอย่างเหมาะสม”  นายยุคล กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ