
ส่งออกไปญี่ปุ่นป่วน
แบงก์แนะเอกชนซื้อป้องกันเสี่ยงค่าเงินลดขาดทุนเยนอ่อนค่าเร็วเกินไป
แบงก์แนะเอกชนซื้อป้องกันเสี่ยงค่าเงินลดขาดทุนเยนอ่อนค่าเร็วเกินไป
แบงก์แนะลูกค้าส่งออก ไปญี่ปุ่นซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 30-50% ของมูลค่าการค้า
นายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านบริหารการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้แนะนำให้ลูกค้าธุรกิจที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศญี่ปุ่นและรับเงินเป็นสกุลเยนมีการซื้อสัญญาอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า หรือฟอร์เวิร์ด อย่างน้อย 30-50% ของมูลค่าสินค้า เพื่อปิดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินเยน
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าไม่หยุดนับจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเยนได้เคลื่อนไหวหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 100 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาแตะระดับ 102 เยนต่อเหรียญสหรัฐ และนับเป็นการอ่อนค่ามากกว่า 10% นับจากต้นเดือน เม.ย.
“ขณะนี้ดูยากว่าเงินเยนจะอ่อนแค่ช่วงสั้นหรือไม่ เพราะการที่อ่อนค่าทะลุระดับ 100 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ถือเป็นเรื่องช็อกตลาด ก่อนนี้ไม่มีใครคาดว่าจะได้เห็นเลข 3 หลัก แต่จากนโยบายการเงินการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการให้ค่าเงินอ่อน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่เงินเยนจะอ่อนต่ออีก การป้องกันความเสี่ยงเอาไว้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” นายตรรก กล่าว
นายตรรก กล่าวว่า ภาวะเงินเยนอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ทำให้ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่นและรับเป็นเงินเยน ซึ่งไม่มีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบ หรือมีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบเข้ามาชดเชยน้อย ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงพอสมควร จากรายได้ที่หายไป
“มีบางรายที่อาจจำเป็นต้องทบทวนราคาขายใหม่ อย่างไรก็ตาม ในมุมกลับกันกลุ่มผู้ที่นำเข้าชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นเข้ามาประกอบจะได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงเช่นกัน” นายตรรก กล่าว
สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐขณะนี้ มองว่าแม้ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทจะอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ถึงจุดที่ตลาดกลับสู่จุดสมดุล ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรอดูผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงปลายเดือน ซึ่งมีความเป็นไปได้ 50 : 50 ที่จะคงหรือลดดอกเบี้ย ทำให้คาดว่าค่าเงินบาทในช่วงก่อนการประชุมจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.5029.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
“ตลาดซื้อขายดอลลาร์ยังกลับมาได้ไม่เต็มที่ เพราะยังมีโอกาสไปได้ 2 ทาง หาก กนง.ลดดอกเบี้ย เงินบาทจะมีทิศทางอ่อนค่าในระยะสั้น ทำให้ผู้ส่งออกที่รอซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนรอคอยจังหวะ
อย่างไรก็ดี หาก กนง.คงดอกเบี้ย เงินทุนที่มองหาผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรจะเริ่มกลับมา ระยะยาวเงินบาทก็ยังมีทิศทางแข็งค่า ทำให้ผู้นำเข้าเองยังไม่รีบซื้อ ส่วนพวกเก็งกำไรเองคงไม่กล้ามากเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะเขาเห็นพื้นแล้วว่าถ้าตกลงมาเร็วก็จะเด้งกลับแรง” นายตรรก กล่าว







