
ขาดเจ้าภาพฐานข้อมูลกลางประกันอืด
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมมือกับ สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย มีแผนจัดทำฐานข้อมูลกลางประกันภัยหรือ อินชัวรันส์ บูโร ให้แล้วเสร็จภายในกลางปี 2557 แต่ต้องมาสะดุด เมื่อไร้เจ้าภาพจัดเก็บข้อมูลนันมอเตอร์
“ฐานข้อมูลกลางประกันภัย” จะรวมข้อมูลสำคัญของลูกค้าไว้ ณ จุดเดียว เช่น ชื่อ แบบประกันภัย วงเงินความคุ้มครอง ประวัติการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จำนวนกรมธรรม์ของลูกค้าแต่ละคน โดยมี คปภ.เป็นผู้ดูแล เพื่อใช้ในการบริหาร และกำหนดทิศทางธุรกิจประกันภัยในอนาคต และเชื่อมฐานข้อมูลลูกค้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กับกรมการขนส่งทางบก ในฐานะผู้รับต่อทะเบียนรถยนต์ จะผูกกับฐานลูกค้าประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. ซึ่งจะเริ่มให้นำฐานข้อมูลลูกค้า พ.ร.บ.เข้าสู่ระบบภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้
สำหรับสาเหตุที่การจัดทำฐานข้อมูลลูกค้านันมอเตอร์ ซึ่งประกอบด้วย ฐานลูกค้าประกันภัยทรัพย์สิน อัคคีภัย อุบัติเหตุส่วนบุคคล และสุขภาพ สะดุด เพราะไม่มีเจ้าภาพจัดเก็บ ซึ่งเดิมบริษัทไทยรับประกันภัยต่อ (ไทยรี) จะเป็นผู้จัดเก็บ ในฐานะผู้รับประกันภัยต่อ 5% จากทุกสัญญา จากทุกบริษัทประกันภัยในประเทศไทย แต่หลังจากประสบภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปี 2554 สัญญาการทำประกันภัยต่อไปที่ไทยรีก็ถูกยกเลิกไป
ขณะนี้ ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยกำลังพิจารณาว่าจะให้หน่วยงานใดเป็นผู้จัดเก็บฐานข้อมูลลูกค้าประกันภัยนันมอเตอร์ ซึ่งยังมีเวลาเหลืออีกปีกว่า น่าจะจัดหาได้ทันตามแผนของ คปภ.
สำหรับฐานลูกค้าประกันภัยรถยนต์ไม่มีปัญหา เพราะมีเจ้าภาพจัดเก็บคือ บริษัท ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท หรือ TID ซึ่งทำสถิติเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์บริการแก่บริษัทประกันภัยทั้งระบบ
“เราคงต้องยอมให้บริษัทประกันชีวิตเขาทำไปก่อน ส่วนเราก็ทยอยส่งข้อมูลฐานลูกค้าประกันเข้าสู่ระบบ คิดว่าเมื่อถึงกลางปีหน้าทุกอย่างพร้อมแน่” อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ยืนยัน
“ฐานข้อมูลกลางลูกค้าประกันภัย” จะเป็นจุดเปลี่ยนในการบริหารจัดการธุรกิจประกันทั้งระบบ ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ และภาคประชาชน
ข้อดีที่ประชาชนจะได้รับ คือ เมื่อมีสถิติทั้งระบบ จะทำให้บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันภัยเห็นต้นทุนที่แท้จริง ลูกค้าที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนบ่อยครั้งจะถูกปรับค่าเบี้ยประกันภัยขึ้น
ขณะที่ลูกค้าที่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่ำ หรือไม่มีการเคลมเลย จะได้รับการลดเบี้ยประกันลง สร้างความเป็นธรรมให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม
สำหรับข้อดีที่ธุรกิจประกันภัยจะได้รับ คือ การกำหนดเบี้ยที่ตรงกับความเสี่ยงที่แท้จริง จะช่วยให้บริษัทประกันภัยขนาดเล็กที่ไม่มีงบในการจัดทำข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ทราบต้นทุนที่แท้จริง ลดการขาดทุน ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ฐานะการเงินมีความแข็งแกร่งและมีความเป็นมืออาชีพ
รวมถึงทำให้ทราบว่าพื้นที่ไหนมีการทำประกันภัยน้อยที่สุด จะได้เข้าไปทำการส่งเสริมเพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงหลักประกันอย่างเท่าเทียมกัน และพัฒนาบริการให้ตรงกับลูกค้าแต่ละพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ การทำ “ฐานข้อมูลกลางการประกันภัย” จะทำให้ไทยได้เปรียบในการแข่งขันหลังเปิดเสรีประชาคมอาเซียน เพราะการรู้ต้นทุนที่แท้จริงปิดโอกาสขาดทุน







